รามเกียรติ์

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
กำเนิดมัจฉานุ
    ทศกรรฐ์รู้ข่าวการจองถนน คิดถึงภัยข้างหน้า จึงให้นางสุพรรณมัจฉาบุตรี นำเหล่าบริวารปลาขนหินไปทิ้งกลางทะเลลึกไม่ให้ถนนเสร็จได้ จนเป็นที่ผิดสังเกตของสุครีพว่า ทิ้งหินลงไปมาก แต่ยุบหายไปหมด ให้หนุมานลงไปดูก็พบนางสุพรรณมัจฉาและได้นางเป็นเมีย นางจึงช่วยขนหินกลับมาตามเดิม ถนนจึงเสร็จ ต่อมานางสุพรรณมัจฉาคลอดลูกเป็นมัจฉานุ
ฝ่ายไมยราพที่ครองเมืองบาดาล ฝันว่ามีเทวดา นำแก้วใสสว่างมาให้ โหรทำนายว่าจะได้บุตรบุญธรรมผู้มีฤทธิ์ ต่อมาเทวดาดลใจให้ออกไปประพาสป่าพบมัจฉานุ จึงได้พามัจฉานุไปเลี้ยงไว้ที่เมืองบาดาล
เมื่อถนนเสร็จ พระราม พระลักษมณ์ ก็นำทัพไปลงกา ทศกรรฐ์รู้ว่าพระรามยกทัพมา จึงสั่งให้ภานุราช ไปเนรมิตชัยภูมิที่เหมาะแก่การตั้งทัพ หากพระรามยกมาตั้งที่นั่น ก็ให้พลิกแผ่นดินเสีย
ฝ่ายพระราม เมื่อถึงลงกา ได้ให้ประคนธรรพ์ดูเลตั้งทัพ เห็นป่าเนรมิตก็ชอบ พระรามสงสัยจึงถามพิเภก พิเภกทูลว่าที่กรุงลงกาไม่มีป่าอย่างนี้ น่าจะเป็นอุบาย พระรามให้หนุมานไปดู หนุมานดูแล้วก็รู้ว่าเป็นกลของยักษ์ เพราะในป่ามีผลไม้สุกแต่ไม่มีนก น่าจะมีศัตรูอยู่ใต้พื้นดิน จึงแทรกแผ่นดินไปพบภานุราช เอามือแบกแผ่นดินไว้ ได้ต่ดสู้กัน ถูกหนุมานฆ่าตาย พระรามโกรธ ไล่ประคนธรรพ์ไปเนื่องจากเสียรู้ข้าศึก

องคตสื่อสาร
ฝ่ายพิเภกได้ทูลว่า เขามรกต มีชัยภูมิเหมาะแก่การตั้งทัพ ด้วยไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองลงกา และยังถูกต้องตามตำราพิชัยสงคราม แต่มียักษ์กุมภาสูรเฝ้าอยู่ พระรามให้หนุมานไปปราบ แล้วเคลื่อนทัพไปที่เขามรกต แล้วทรงปรึกษาพระยาวานรว่า ควรจะยกกำลังเข้ารบเหล่ายักษ์เลยหรือไม่ สุครีพและเหล่าวานรจึงทูกว่า น่าจะส่งทูตเข้าไปเจรจากับทศกรรฐ์ก่อน หากไม่ยอมส่งนาสีดามา จึงจะยกทัพเข้าโจมตี
พระรามให้องคตผู้ซึ่งมีสติปัญญารอบคอบ และมีลิ้นการทูต ถือสาสน์ไปหาทศกรรฐ์ เมื่อไปถึงเมือง พลยักษ์ไม่ยอมเปิดประตูรับ องคตจึงร่ายเวทเนรมิตตนให้สูงใหญ่ เอามือปิดดวงอาทิตย์มืดครึ้มไปทั้งเมือง ทศกรรฐ์รู้ว่าเป็นลูกนางมณโฑกับพระยาพาลี แต่จะไม่ต้อนรับก็ไม่ได้ ขณะที่อยู่ต่อหน้าทศกรรฐ์ไม่ไหว้ แล้วม้วนหางให้สูงเท่ากับบัลลังก์ทศกรรฐ์ แล้วว่าพระรามให้ถือสาสน์มาให้ทศกรรฐ์คืนนางสีดา
ทศกรรฐ์จึงว่า พระรามฆ่าพ่อตายยังไปเป็นข้ารับใช้ องคตจึงกล่าววาจายอกย้อนเกี่ยวกับเรื่องในอดีต ทศกรรฐ์โกรธให้เหล่ายักษ์จับองคต แต่ถูกองคตฆ่าตาย แล้วจึงเหาะกลับมาหาพระราม

สุครีพหักฉัตร
ทศกรรฐ์แค้นใจมากที่องคตฆ่าเสนาตาย และยังกล่าวประจานตนไว้มาก จะติดตามฆ่าก็ทำไม่ได้ เพราะไพร่พลวานรมีมากมาย จึงให้ยกฉัตรขึ้นบังดวงอาทิตย์ ทำให้เมืองลงกามืดมิด จะได้ฆ่าพลวานรได้สะดวก ส่วนพระรามได้ยินเสียงไพร่พลวานรร้องกันอื้ออึง ทั้งยังมืดมิดก็แปลกใจ ถามพิเภกจึงรู้ว่า เป็นเพราะทศกรรฐ์ยกฉัตรขึ้นบังแสงอาทิตย์ ฝ่ายพระรามมองไม่เห็น แต่ฝ่ายทศกรรฐ์มองเห็น พระรามจึงให้สุครีพไปหักฉัตร พร้อมกับเอามงกุฎของทศกรรฐ์กลับมาถวายพระราม

ศึกไมยราพ
ฝ่ายทศกรฐ์อับอายและแค้นใจมาก คิดจะให้ไปลอบฆ่าพระรามและพระลักษมณ์เสีย จะได้ไม่ต้องยกทัพไปรบ    เปาวนาสูร จึงทูลว่า ควรไปเชิญไมยราพซึ่งชำนาญในการล่องหนหายตัวและมีมนต์สะกด มาช่วยให้เข้าไปลอบฆ่าทศกรรฐ์ให้ได้    นนยวิกวายุเวก ไปเชิญไมยราพมาช่วย ไมยราพได้มาเฝ้าทศกรรฐ์ที่ลงกา แล้วรับปากกับทศกรรฐ์ว่าจะไปฆ่าพระรามและพระลักษมณ์ ให้
ไมยราพได้ตั้งพิธีหุงยาขึ้นที่เขาสุรกานต์ ได้ยาที่มีคุณลักษณะเป็นสัตว์ร้ายชนิดต่าง ๆ หากเอายาทาทั่งร่างกายก็จะหายตัวได้ ต่อมาไมยราพได้ฝัน เมื่อโหรทำนายว่า ไวยวิกผู้เป็นญาติจะได้ครองเมืองบาดาล ไมยราพจึงให้ขังไวยวิกและนางพิรากวนผู้เป็นแม่ไวยวิกไว้ เมื่อเสร็จศึกก็จะกลับมาฆ่า
ส่วนพระรามก็ฝันเช่นเดียวกัน พิเภกทำนายว่าพระรามจะถูกไมยราพหลานทศกรรฐ์ ลักพาไปยังเมืองบาดาล แต่จะไม่ได้รับอันตราย หนุมานจึงขออาสาป้องกันด้วยการมายืนกลางกองทัพ แปลงกายให้ใหญ่เท่าเขาจักรวาล หยั่งลึกลงถึงพื้นมหาสมุทร ใช้หางพันไว้เป็นปราการล้อมกองทัพไว้ แล้วอมพลับพลาพระราม และพระลักษมณ์อยู่ที่อก ใช้ปากเป็นช่องประตู ลิ้นเป็นบานประตู บรรดาทหารเอกก็แบ่งหน้าที่กันรักษาพระราม

 

ไมยราพสะกดทัพ
    ตกกลางคืนไมยราพได้ชำแรกดินขึ้นมา เห็นปราการสูงใหญ่จากใต้ดินจนถึงพรหมชั้นสิบหก กั้นพลับพลาของพระราม พระลักษมณ์อยู่ เข้าไปไม่ได้ จึงแปลงเป็นลิงปะปนอยู่กับยาม รู้ว่าพลลิงจะเลิกอยู่เวรยามเมื่อพ้นยามราตรี ไมยราพได้ฟังเหาะไปยอดเขาโสลาสแกว่งกล้องแก้วโกมินทร์ เกิดเป็นแสงคล้ายดาวประกายพฤกษ์ เหล่ายามคิดว่าเป็นดาวประกายพฤกษ์จริง ได้ร้องบอกกันว่าเคราะห์ของพระรามหมดสิ้นแล้ว และแยกย้ายไปนอนหลับ
    ไมยราพได้เอายาสะกดใส่กล้องแก้วเป่าไปถูกเหล่าวานรจนหลับทั้งกองทัพ แล้วเดินเข้าปากหนุมานเป่ายาอีกเป็นครั้งที่สอง ทำให้สุครีพกับหนุมานหลับ ไมยราพเข้าไปถึงพลับพลาได้เป่ายาอีก ทำให้พิเภก พระราม พระลักษมณ์หลับ จึงอุ้มพระรามไปบาดาล สั่งให้พลยักษ์ต้มน้ำทิ้งไว้    รุ่งเช้าจะต้มไวยวิก นางพิรากวน และพระราม ในคราวเดียวกัน
    หลังจากที่ไมยราพลักพาพระรามไปแล้ว มนต์สะกดก็เสื่อม พิเภกบอกพระลักษมณ์ว่าเป็นการกระทำของไมยราพ พระลักษมณ์สั่งให้นุมานไปตาม หนุมานหักด่านชั้นนอกเข้าไปได้ จนพบกับมัจฉานุซึ่งรักษาด่านชั้นใน ได้เกิดต่อสู้กัน ต่อมาหนุมานรู้ว่ามัจฉานุคือลูก แต่มัจฉานุไม่เชื่อบอกว่าต้องหาวเป็นดาวเป็นเดือนให้ดู หนุมานหาวให้ดู มัจฉานุจึงขอขมาหนุมาน    แต่ไม่ต้องการอกตัญญูต่อไมยราพ จึงเพียงบอกใบ้ทางให้ หนุมานหักก้านบัวแล้วลอดลงไป พบนางพิรากวน นางบอกที่ซ่อนของพระราม แต่ว่าถึงจะมีร่างกายเล็กเท่าแมลงก็ยากจะรอดสายตาเหล่ายักษ์    หนุมานแปลงเป็นใยบัวติดสายสไบนางพิรากวน
    จนมาถึงดงตาลท้ายเมืองที่คุมขังพระราม จึงอุ้มพระรามไปยังเขาสุรกานต์ แล้วกลับมาบาดาล ได้ต่อสู้กับไมยราพ แต่ไม่อาจฆ่าไมยราพได้ นางพิรากวนจึงบอกว่า ที่ไมยราพไม่ตายนั้นเพราะได้ถอดดวงใจเป็นแมลงภู่ซ่อนไว้ที่ยอดเขาตรีกูฏ หนุมานจึงแปลงกายใหญ่เท่าเขาพระสุเมร แล้วเอื้อมมือไปจับแมลงภู่บีบขยี้จนไมยราพตาย จากนั้นกลับมาอุ้มพระรามพากลับไปยังพลับพลาเขามรกต เมื่อสร่างมนต์สะกดได้รู้เรื่องราว จึงมอบธำมรงค์นพรัตน์ให้หนุมาน
    กุมภกรรณออกศึก
    ฝ่ายกุมภกรรณ น้องชายทศกรรฐ์ ซึ่งเป็นผู้มีทศพิธราชธรรม เมื่อทศกรรฐ์เรียกมาปรึกษาว่าจะให้กุมภกรรณไปรบกับพระราม เพราะมีหอกโมกขศักดิ์ กุมภกรรณทูลว่า ต้นเหตุแห่งสงครามนั้นเกิดจากนำนางสีดามา หากคืนไป สงครามก็จะสงบ ทศกรรฐ์โกรธ กุมภกรรณจึงจำใจต้องยกทัพไปรบกับพระราม พระรามให้พิเภกไปเจรจาให้กุมภกรรณยกทัพกลับไป กุมภกรรณไม่เชื่อว่าพระรามเป็นพระนารายณ์อวตาร พิเภกจึงกลับมาทูลพระราม พระรามให้องคตไปเจรจากับกุมภกรรณอีก แต่ไม่ได้ผล
    พระรามจึงให้สุครีพออกไปรบ กุมภกรรณจึงออกอุบายให้สุครีพไปถอนต้นรังใหญ่ที่อุดรทวีป จนหมดแรง เมื่อสุครีพถอนต้นรังมา ก็ได้กลับมารบกับกุมภกรรณต่อ จึงเสียทีถูกกุมภกรรณจับได้พากลับไปลงกา พระรามรู้ข่าวจึงให้หนุมานไปช่วย กุมภกรรณแพ้หนีกลับเข้าเมือง การที่สุครีพเสียรู้จนเสียทีแก่กุมภกรรณ ทำให้พระรามโกรธมาก แต่ด้วยมีความดีความชอบมาก่อน จึงยกโทษให้พร้อมทั้งชมเชยหนุมาน
    ฝ่ายทศกรรฐ์รู้ว่ากุมภกรรณแพ้ จึงปลอบโยนให้หาวิธีใหม่ กุมภกรรณได้ขึ้นไปเอาหอกโมขศักดิ์ที่ชั้นพรหม    กลับมาทำพิธีลับหอกที่ริมแม่น้ำสีทันดร เชิงเขาพระสุเมรุ และให้เหล่าเสนายักษ์คอยเฝ้า ไม่ให้สิ่งเน่าเหม็นเข้ามาใกล้บริเวณโรงพิธี เพราะกุมภกรรณเกลียดความสกปรก หากเมื่อใด ลับหอกคมทั้งสี่ด้าน ก็จะเป็นหอกที่มีฤทธิ์มากดังไฟกรด
    พระรามเมื่อรู้ข่าว ก็ให้หนุมานแปลงเป็นหมาเน่าลอยน้ำ องคตแปลงเป็นกา ไปทำลายพิธี กุมภกรรณลับหอกอยู่เห็นเข้าจึงเลิกลับหอก กลับเข้ากรุงลงกาไป    ทศกรรฐ์จึงว่า แม่น้ำสีทันดรนั้นอยู่ไกลจากเหล่ามนุษย์ และเป็นที่อยู่ของพญานาค แต่มีหมาเน่าลอยน้ำมา น่าจะเป็นแผนของพิเภกที่บอกพระรามให้มาล้างพิธี อย่างไรก็ตามหอกโมกขศักดิ์นั้นมีฤทธิ์มากอยู่แล้ว จึงให้กุมภกรรณออกไปรบอีกครั้ง ส่วนพระรามให้พระลักษมณ์ออกไปรบกับกุมภกรรณต้องหอกโมกขศักดิ์สลบไป สุครีพจึงให้นิลนนท์ไปเชิญพระรามมาดู พระรามเสียใจมาก
    พิเภกทูลว่าพระลักษมณ์ยังไม่ตาย แต่ที่ดึงหอก โมกขศักดิ์ไม่หลุดก็เพราะเป็นพรของพระพรหม ซึ่งมียาแก้ โดยต้องเอาต้นยาสังกรณี ตรีชวา ที่เขาสรรพยา กับน้ำที่ปัญจมหานที มาทาที่แผล หอกก็จะหลุด และต้องไม่ให้พ้นคืนนี้ หากดวงอาทิตย์ขึ้นก็จะตาย พระรามสั่งให้หนุมานไปหยุดรถพระอาทิตย์ไว้ แล้วรีบไปเก็บยา
    ฝ่ายพระอาทิตย์เมื่อเห็นหนุมานมาหยุดรถก็โกรธ แต่เมื่อรู้เรื่องราวแล้วจึงบอกว่า จะห้ามวิถีจักรราศีนั้นไม่ได้ เพียงจะหลบเดินรถเข้ากลีบเมฆให้ ส่วนหนุมานนั้นจะต้องรีบไปเอายา และน้ำที่ปัญจมหานทีที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อนำยาไปทาที่แผล หอกจึงหลุดออก
    ส่วนเสนายักษ์ที่คอยเฝ้าดูอยู่ เห็นพระลักษมณ์ฟื้นขึ้น จึงไปทูลทศกรรฐ์    กุมภกรรณจึงว่า หากใครโดนหอกโมกขศักดิ์ยากที่จะรอดชีวิต แต่พิเภกคงแก้กลให้พระลักษมณ์ ควรหาวิธีทำลายทัพพระรามให้อดน้ำตาย แล้วได้ไปตั้งพิธีทดน้ำไม่ให้ไหลไปที่เขามรกต โดยเนรมิตกายใหญ่นอนทอดขวางแม่น้ำไว้
    ฝ่ายเหล่าเสนาลิงเห็นน้ำในแม่น้ำแห้ง ไปทูลพระราม พิเภกบอกว่าเป็นเพราะกุมภกรรณไปตั้งพิธีทดน้ำ ครบเจ็ดวันไพร่พลลิงจะได้อดน้ำตายหมด พระรามให้หนุมานไปทำลายพิธีตามคำแนะนำของพิเภกได้สำเร็จ
    ต่อมาทศกรรฐ์ได้ให้กุมภกรรณยกทัพมารบอีก แล้วให้ฆ่าพิเภกเสียในคราวเดียวกัน พระรามออกไปรบกับกุมภกรรณ กุมภกรรณต้องศรพรหมมาสตร์ตาย

 
อินทรชิตออกศึก
    ทศกรรฐ์เมื่อรู้ว่ากุมภกรรณตาย เสียใจ และโกรธแค้นมาก สั่งให้อินทรชิตไปแก้แค้นแทนอา พระรามให้พระลักษมณ์ไปรบ ไม่แพ้ไม่ชนะ อินทชิต บอกว่าให้พระลักษมณ์มารบกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น
    ฝ่ายอินทชิตเมื่อกลับเข้าลงกาแล้ว คิดว่าศัตรูมีกำลังกล้าแข็งมาก ทูลทศกรรฐ์ว่าจะไปทำพิธีชุบศรนาคบาศที่เขาอากาศ โดยให้ฝูงนาคมาคายพิษลงบนศร เป็นเวลาเจ็ดวัน จึงจะเสร็จพิธี ระหว่างที่อินทชิตไปทำพิธีชุบศร ทศกรรฐ์ให้มังกรกัณฐ์โอรสพระยาขรผู้เป็นหลาน ไปรบขัดตาทัพไว้ก่อน    พระรามได้ออกไปรบ ถูกมังกรกัณฐ์ยิงศรทะลุเกราะเพชร พระรามจึงแผลงศรไปถูกศรของมักกรกัณฐ์หัก และถูกเหล่ายักษ์ตายลงเป็นจำนวนมาก
    มังกรกัณฐ์จึงหนีไปซ่อนในกลีบเมฆ และเนรมิตรูปมายาปั้นรูปของตนขึ้นมากมาย พร้อมกับบันดาลให้ฝนเพลิงตกลงมา พิเภกบอกวิธีสังหารมังกรกัณฐ์ พระรามได้แผลงศรพรหมมาสตร์ไปสังหารตัวจริงตาย รูปมายาก็หายไปหมด
    สารัณทูต จึงกลับไปบอกทศกรรณ์ ทศกรรฐ์ได้ให้วิรุญมุข ลูกวิรุญจำบัง ยกทัพไปขัดตาทัพอีก ต่อมาพระรามรู้ว่าอินทรชิตไม่ยกทัพมา เพราะไป ตั้งพิธีชุบศรนาคบาศในโพรงไม้โรทันที่เขาอากาศ ก็ให้ชามพูวราช แปลงเป็นหมีไปกัดไม้ที่อาศัยทำพิธีให้หักโค่นลง การเรียกพิษนาคจึงไม่ต่อเนื่อง อำนาจจึงเสื่อม
    ฝ่ายอินทรชิตเมื่อเสียพิธีแล้ว จึงไปยังเขามรกต ไปสมทบกับทัพวิรุญมุข พระรามได้ให้พระลักษมณ์ออกไปรบอีก แต่ถูกศรนาคบาศของอินทรชิต พิเภกกลับมาบอกพระรามว่า พระลักษมณ์ต้องศรนาคบาศแต่ยังไม่ตาย ให้พระรามแผลงศรพลายวาตไปเรียกพระยาครุฑมา เหล่าพญานาคก็จะหนีไป พระลักษมณ์และไพร่พลลิงก็จะฟื้น


 

หนุมานหักคอช้างเอราวัณ
    เหล่ายักษ์เห็นพระลักษมณ์และไพร่พลลิงฟื้นขึ้น กลับมาทูลทศกรรฐ์ อินทรชิตจึงบอกว่า ที่ศรนาคบาศใช้ไม่ได้ผล ก็เพราะพิเภกบอกแก้กล คราวนี้จะไปชุบศรพรหมมาสตร์ที่ริมหาดมณีมรกต ได้ลาทศกรรฐ์ไปทำพิธีชุบศร โดยให้กำปั่นไปขัดตาทัพ ถูกหนุมานฆ่าตาย เมื่ออินทรชิตกลับมารบใหม่ ได้แปลงตัวเป็นพระอินทร์ เหล่ายักษ์แปลงเป็นเทวดา การุณราชแปลงเป็นช้างเอราวัณ เดินทัพมา
    ฝ่ายพระลักษมณ์และเหล่าไพร่พลลิง เห็นพระอินทร์ขี่ช้างเอราวัณและเหล่าเทวดาเหาะอยู่บนอากาศ ก็พากันดูอย่างสงสัย อินทรชิตเห็นพระลักษมณ์และไพร่พลเผลอ ได้แผลงศรพรหมมาสตร์ลงมา ถูกพระลักษมณ์ องคต สุครีพ สิบแปดมงกุฎล้มลง เหลือเพียงหนุมาน หนุมานโกรธได้เหาะขึ้นไปหักคอช้างเอราวัณ แต่ถูกตีด้วยศรตกลงมาสลบ
    ฝ่ายพระรามเห็นค่ำแล้ว พระลักษมณ์และไพร่พลยังไม่กลับมา ออกไปตาม เห็นทุกคนตายกันหมด เสียใจมากจนสลบไป สารัณทุตที่คอยสังเกตการณ์ ได้กลับไปทูลทศกรรฐ์ ทศกรรฐ์ไปบอกนางสีดาว่า พระรามตายแล้ว นางสีดาเสียใจมาก แต่นางตรีชฎาเมียพิเภกที่เป็นข้ารับใช้อยู่บอกว่าอย่างเพิ่งเชื่อ ทศกรรฐ์จึงให้เสนาจัดบุษบกแก้วพานางสีดาไปดูศพ เมื่อมาถึงนางสีดาจึงเสี่ยงทายด้วยการขึ้นบุษบก บุษบกแก้วลอยขึ้น นางสีดาจึงรู้ว่าพระรามยังไม่ตาย จึงกลับไปสวนขวัญ
    ฝ่ายพิเภกกับพลลิงกลับจากไปหาผลไม้ไม่พบพระราม รู้ข่าวจากเสนาลิงจึงตามไปที่สนามรบ เห็นหนุมานรู้ว่าไม่ตาย ได้ร่ายเวทเป่าลมเข้าปากจนหนุมานฟื้น แล้วไปตามหาพระราม พิเภกทูลพระรามว่า ยาแก้ศรพรหมมาสตร์อยู่ที่เขาอาวุธบุพพวิเท่ห์ทวีป แต่มีจักรกรดพัดไม่หยุด ใครเข้าไปต้องตาย หากหนุมานไปเอา จักรจะหยุดตามที่พระอิศวรกำหนดไว้ หนุมานเหาะไปถึง และแจ้งเรื่องราวแก่เทวดา แต่เนื่องจากต้นยานั้น ตัดหรือถอนไม่ได้ตามคำสั่งของพระอิศวร หนุมานจึงช้อนเขาเหาะกลับมา   เทวดาจึงบอกให้ไปวางไว้ทิศอุดร หนุมานทำตามคำสั่ง พอลมพัดพากลิ่นสรรพยาบนยอดเขามาถูกพระลักษมณ์และไพร่พลลิงทุกคนก็จะฟื้นขึ้น
    ฝ่ายอินทรชิตทูลทศกรรฐ์ว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวง พระลักษมณ์ถูกฆ่าถึงสองครั้ง ก็ยังฟื้นขึ้นมาได้ แต่ยังมีตำราศักดิ์สิทธิ์ ชื่อกุมภนิยา ทำได้เจ็ดวันตัวจะเป็นกายสิทธิ์ ฆ่าไม่ตาย โดยทำเป็นกลลวงให้ สุขาจารแปลงเป็นนางสีดาไปด้วยในสนามรบ แล้วให้ตัดคอนางเสีย ต่อกจากนั้นก็ทำทีว่าจะไปตีศรีอยุธยา แต่กลับอ้อมไปทำพิธี
    เมื่อถึงสนามรบอินทรชิตบอกพระลักษมณ์ให้มารับนางสีดา หากไม่มารับจะฆ่านาง พระลักษมณ์บอกให้อินทรชิตนำนางไปถวายพระรามเอง อินทรชิตจึงฆ่านาง แล้วทำทีเหาะไปยังกรุงศรีอยุธยา
    พระลักษมณ์คิดว่านางสีดาตายก็เสียใจ กลับไปบอกพระราม พิเภกจับยามดูแล้วทูลว่า นางที่ตายเป็นยักษ์แปลง และอินทรชิตจะไปทำพิธีกุมภนิยา หากครบเจ็ดวันจะฆ่าไม่ตาย ต้องล้างพิธีก่อน แล้วอินทรชิตจะตายด้วยพระลักษมณ์ พระรามให้พระลักษมณ์พร้อมพิเภกคุมกองทัพไปทำลายพิธีอินทรชิตที่เนินเขาจักรวาล เกิดการต่อสู้กัน อินทรชิตแพ้ ขว้างจักรเมฆสูร เกิดหมอกควันบังแสงอาทิตย์แล้วหนีกลับไปกรุงลงกา
    รุ่งขึ้นอิทนรชิตได้ยกทัพออกมารบอีก ต้องศรพลายวาตของพระลักษมณ์ ก่อนที่พระลักษมณ์จะแผลงศรพรหมมาสตร์ฆ่าอินทรชิต
    พิเภกทูลว่า อินทรชิตนั้นได้พรจากพระว่า หากสิ้นชีวิตเศียรตกลงดิน จะเกิดเป็นไฟบัลลัยกัลป์ไหม้ทั่วจักรวาล ต้องเอาพานแว่นฟ้าของพระพรหมมารับ พระลักษมณ์จึงให้องคตไปขอพาน แว่นฟ้าจากพระพรหม เมื่อได้พานแล้ว พระลักษมณ์แผลงศรพรหมมาสตร์ตัดเศียรอินทรชิตขาด องคตเอาพานเข้าไปรองรับ ส่วนพระรามให้เอาพานใส่เศียรอินทรชิตไปชูไว้กลางอากาศ แล้วแผลงศรพรหมมาสตร์ทำลายเศียรนั้น
    ทศกรรฐ์โกรธมากที่พระลักษมณ์ฆ่าอินทรชิตตาย จะไปฆ่านางสีดาที่สวนขวัญ แต่เปาวนาสูรทัดทานไว้ รุ่งขึ้นทศกรรฐ์จึงยกทัพไปรบกับพระราม พระรามสั่งให้สุครีพจัดทัพให้เข้มแข็งกว่าทุกครั้ง ส่วนพระอินทร์ให้พระวิศณุกรรมนำเวชยันต์ราชรถพร้อมม้าเทพบุตรแปลงสองพันตัวมาถวาย ฝ่ายทศกรรฐ์เสียสิบขุนทหารเอกกับสิบรถ โอรสของทศกรรฐ์ ในการรบครั้งนี้ทศกรรฐ์จึงบอกให้มารบกันใหม่วันรุ่งขึ้น
    ศึกมูลพลัมและสหัสเดชะ
    ฝ่ายทศกรรฐ์คิดขึ้นได้ว่า ควรจะให้มูลพลัม น้องชายของสหัสเดชะเจ้าเมืองปางตาลมาช่วยรบ จึงให้เปาวนาสูรถือสาสน์ไป มูลพลัมและสหัสเดชะรู้เรื่อง มาช่วยรบ ขณะยกทัพออกจากเมื่องเกิดลางร้าย ฟ้าผ่าถูกรถทรงทศกรรฐ์ มูลพลัมจึงให้ทศกรรฐ์กลับเข้าเมืองก่อน ส่วนตนและพี่ชายจะไปรบกับพระรามแทน    พิเภกทูลพระรามว่ามูลพลัมและสหัสเดชะมีฤทธิ์มาก หนุมานคงสู้ไม่ได้ ให้พระรามออกไปรบเอง    เมื่อพระราม และพระลักษมณ์คุมทัพออกไปรบ แต่ด้วยสหัสเดชะได้รับพรพระพรหมว่า หากเข้าต่อสู้กับศัตรูใด ศัตรูนั้นก็จะต้องเกรงกลัว ทำให้ไพร่พลลิงหนีไป    พระรามจึงให้พระลักษมณ์ สุครีพหนุมาน และสิบแปดมงกุฎ กลับไปตามไพร่พลลิงมา ส่วนสหัสเดชะเห็นแต่พระรามและพิเภก จึงคิดว่าศัตรูมีกำลังเท่านี้ ทำไมทศกรรฐ์จึงปราบ ไม่ได้ ต้องเดือดร้อนถึงตน แล้วมาลวงว่าเป็นศึกใหญ่ จึงกลับไปยังลงกา คงเหลือแต่มูลพลัม ต่อมามูลพลัมต้องศรพลายวาตของพระลักษมณ์ตาย
    พิเภกทูกพระรามว่า หากสหัสเดชะรู้ว่ามูลพลัมตาย คงยกทัพมาแก้แค้น และสหัสเดชะนั้นมีฤทธิ์ด้วยกระบองวิเศษ เอาโคนชี้ถูกใครจะตาย เอาปลายชี้จะกลับฟื้นขึ้น ควรให้หนุมานไปเอากระบองวิเศษมา
    หนุมานแปลงเป็นลิงเผือกตัวเล็ก ไปคอยทัพสหัสเดชะ เมื่อเห็นทัพสหัสเดชะ แล้วทำเป็นวิ่งผ่าน    สหัสเดชะโกรธ แต่หนุมานบอกว่า ตนเป็นข้ารับใช้พระยาพาลีที่เมืองขีดขิน ซึ่งถูกพระรามฆ่าตาย แล้วเอาตนมาใช้สอยตรากตรำข่มเหงจึงหนีมา กลัวถูกตามฆ่า จึงวิ่งผ่านหน้ามา สหัสเดชะเชื่อ จึงให้มานั่งหน้ารถด้วย
    หนุมานขอไปนั่งหลังรถ แล้วร้องให้บอกสหัสเดชะว่า ตนคิดถึงญาติพี่น้องที่จะต้องมาตาย สหัสเดชะจึงบอกไม่ให้ไพร่พลฆ่าญาติของหนุมานตามที่กล่าวมา จากนั้นหนุมานจึงขออาวุธไว้ต่อสู้ สหัสเดชะจึงมอบกระบองไห้ไว้ เมื่อได้อาวุธแล้วหนุมานได้กลายร่างเดิม สหัสเดชะรู้ว่าหลงกลก็โกรธ ประนามหนุมาน หนุมานจึงย้อนว่า " อันธรรมดาสงครามนั้นจะหาความสัตย์ได้ที่ไหน ใครมีอุบายเล่ห์กลก็จะนำมาใช้เพื่อให้ได้ชัยชนะ " เข้าต่อสู้กับหนุมาน แพ้ถูกหนุมานเอาหางมัดตัวไว้ ต่อมาหนุมานใช้ตรีเพชรตัดหัวขาดตาย
ศึกแสงอาทิตย์
    รุ่งขึ้นทศกรรฐ์ให้แสงอาทิตย์ลูกพระยาขร ที่มีแว่นแก้วสุรกานต์ส่องผู้ใดต้องตาย ยกทัพไปรบพร้อมกับจิตรไพรีผู้เป็นพี่เลี้ยง แต่แว่นนั้นอยู่ที่พระพรหม พิเภกทูลพระรามว่า เมื่อแสงอาทิตย์มารบก็จะให้จิตรไพรีขึ้นไปเอาแว่น พระรามได้ให้องคตแปลงเป็นจิตรไพรีไปเอาแว่นมา เมื่อแสงอาทิตย์รบกับพระราม เพลี่ยงพล้ำคิดว่า อาวุธทั้งหลายคงใช้ไม่ได้ ให้จิตรไพรีขึ้นไปเอาแว่นวิเศษจากพระพรหม พระพรหมว่ามาเอาไปแล้ว เหตุใดจึงขึ้นมาเอาอีก จิตไพรีกลับมาบอก แสงอาทิตย์รู้ว่าเสียทีแก่ศัตรู ภายหลังต้องศรพรหมมาสตร์ของพระรามตาย
    ทศกรรฐ์เกิดความมานะขึ้นว่า ตนก็มีฤทธิ์ปราบได้ถึงสวรรค์จะคอยพึ่งแต่ญาติก็อดสูใจ จึงยกทัพไปรบกับพระราม ไม่แพ้ไม่ชนะ
    เมื่อกลับเข้ากรุงลงกาแล้วก็คิดว่า แม้ว่าตนจะยกทัพไปรบกับพระรามเป็นครั้งที่สอง จนญาติวงศ์ยักษ์ที่อาสาการศึกตายไปเป็นจำนวนมาก แต่เอาชนะศัตรูไม่ได้ก็ท้อใจ นางมณโฑทูลให้ ท้าวสัตลุง และตรีเมฆลูกพระยาตรีเศียรไปรบ ท้าวสัตลุงถูกฆ่าตาย ส่วนตรีเมฆหนีไปบาดาล แต่พระยากาลนาคไม่ยอมให้อยู่ที่บาดาล ให้ไปอยู่ที่ท้องสมุทรเนินเขาจักรวาล โดยซ่อนอยู่ในเม็ดทราย

    ทศกรรฐ์ทำพิธีอุโมงค์
    พระรามให้หนุมานตามไปฆ่าตรีเมฆ ทศกรรฐ์เสียใจมาก นางมณโฑทูลให้ทศกรรฐ์ส่งนางสีดาคืน ทศกรรฐ์ไม่ยอม
    รุ่งขึ้นทศกรรฐ์ได้ให้เปาวนาสูรขุดอุโมงค์ใต้เขานิลกาฬ เพื่อทำพิธีชุบตัว ขณะทำพิธีให้เอาหินปิดปากอุโมงค์ และเอาทรายกลบไว้ เมื่อครบเจ็ดวันจึงค่อยเปิดปากอุโมงค์
    ฝ่ายพระรามไม่เห็นยักษ์ยกทัพมา และรู้ว่าทศกรรฐ์ชุบตัวให้เป็นเพชรอยู่ยงคงกระพัน เอานิ้วชี้ใครต้องตาย    ก็ให้สุครีพ หนุมาน นิลนน ไปทำลายพิธี เมื่อมาถึงอุโมงค์ไม่สามารถเปิดอุโมงค์ได้ กลับไปถามพิเภก พิเภกให้เอาน้ำล้างเท้าสตรีมาราด หนุมานไปหานางเบญจกาย เพื่อเอาน้ำล้างเท้าราดเปิดปากอุโมงค์ได้ ทศกรรฐ์ตกใจลืมตาขึ้นรู้ว่าถูกทำลายพิธี แต่ทศกรรฐ์สะกดใจไม่โกรธตอบ ทำพิธีต่อ    หนุมานจึงไปอุ้มนางมณโฑมา แล้วแกล้งเย้าหยอกต่อหน้าทศกรรฐ์ ทศกรรฐ์ตบะแตกเลิกพิธี สามวานรก็เหาะกลับไปเขามรกต

    ศึกสัทธาสูร และวิรุญจำบัง
    ทศกรรฐ์ให้สัทธาสูรและวิรุญจำบัง ลูกพระยาทูษณ์ไปรบ หนุมานออกอุบายให้การขออาวุธจากเทวดาของสัทธาสูรไม่เป็นผล ผลที่สุดสัทธาสูรถูกหนุมานฆ่าตาย ส่วนวิรุญจำบังสู้ไม่ได้ จึงทำอุบายเพื่อจะหนี ได้เอาผ้ามาทำเป็นพยนต์ขี่ม้ามาต่อสู้แทนและตนหนี ต่อมาพระรามรู้ว่าวิรุญจำบังที่รบอยู่ไม่ใช่ตัวจริง ก็แผลงศรพาลจันทร์เป็นข่ายเพชรล้อมผ้าพยนต์ แล้วให้หนุมานตามไปฆ่า พบนางวานรินทร์ นางบอกทางให้
    หนุมานเหาะไปสุดเขาสัตภัณฑ์พบฟองน้ำใหญ่จึงจับไว้ วิรุญจำบังกลายเป็นรูปเดิมเข้าต่อสู้ แต่แพ้ได้แหวกน้ำไปอยู้ใต้ดินดาล หนุมานตามจนพบจับวิรุญจำบังฟาดกับเขาตาย

    ท้าวมาลีวราชว่าความ
    ทศกรรฐ์แค้นใจมาก คิดถึงท้าวมาลีวราชผู้เป็นปู่ ซึ่งมีวาจาประกาศิต และมีความเที่ยงธรรม ที่ภูเขายอดฟ้า ควรจะเชิญมาลงกาและกล่าวโทษพระรามพระลักษมณ์ เมื่อท้าวมาลีวราชเชื่อพระรามพระลักษมณ์จะแพ้ พร้อมกับให้นนยวิกและวายุเวกไปเชิญท้าวมาลีวราชมา ท้าวมาลีวราชมีความสงสัย จึงถามนนยวิกวายุเวก ว่า
     ".......                      อันลักษมณ์รามพี่น้องเป็นไฉน
    เขาอยู่ถิ่นฐานเมืองใดสุริยวงศ์พงศ์ไหนจึงอาจนัก
    อันว่าทศเศียรอสุรีฤทธีปราบได้ทั้งไตรจักร
    ถึงเทวินอินทรพรหมยมยักษ์ ก็เกรงศักดาเดชกุมภัณฑ์
    ทั้งกรุงลงกามหานิเวศน์พระสมุทรเป็นเขตคูกั้น
    กว้างลึกล้อมรอบเป็นขอบคันข้าศึกนั้นข้ามมาอย่างไร
    หรือเขารู้เดินน้ำดำดินเหาะบินมาได้หรือไฉน
    สาเหตุเพทพาลประการใดจึงตั้งใจเคี่ยวฆ่าราวี "
    นนยวิกและวายุเวก จึงเล่าตามคำเสี้ยมสอนของทศกรรฐ์ พร้อมกับว่าทั้งสองคนเป็นมนุษย์มีฤทธิ์อำนาจด้านการใช้ศร ได้คุมพลลิงจองถนนข้ามไปลงกา แล้วอ้างเป็นสามีนางสีดามาฆ่าเหล่ายักษ์
    ท้าวมาลีวราชจึงรู้ว่าพระรามและพระลักษมณ์ เป็นโอรสท้าวทศรถและท้าวอัชบาลก็เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน และได้ก่อสงครามขึ้นเพราะ ผู้หญิง ควรจะไปเกลี้ยกล่อมให้เป็นมิตรทั้งสองฝ่าย จึงยกทัพมาพักบริเวณสมรภูมิเพื่อตัดสินความ
    " ....... ใกล้ถึงลงกากรุงไกร                    ภูวนัยถวิลจินดา
    แม้นกูจะเข้าไปยังเมืองยักษ์ พระรามพระลักษมณ์จะกังขา
    ถ้าไปเข้าข้างทัพอยุธยา ทศพักตร์ยักษาจะน้อยใจ
    จำจะหยุดอยู่แต่ในที่รบตามขนบตัวกูเป็นผู้ใหญ่
    จะไปหาที่สมรภูมิชัย อย่าให้นินทาเป็นราคี "
    แม้ว่าทศกรรฐ์จะยกทัพมาเชิญเสด็จเข้าเมืองก็ไม่ยอมเข้า เพราะเกรงจะเป็นข้อครหาว่าเข้าข้างฝ่ายทศกรรฐ์ แล้วเชิญเหล่าเทพยดามาประชุมเป็นสักขีพยาน
    ทศกรรฐ์ชี้แจงว่า ได้ไปเที่ยวป่าพบกับนางสีดา ไม่มีบิดามารดาและคู่ครอง จึงรับมาเลี้ยงที่สวนขวัญ ต่อมามีมนุษย์ชื่อรามและลักษมณ์ คุมวานรสร้างถนนข้ามมาลงกา อ้างตัวว่าเป็นผัวและฆ่าเหล่ายักษ์ตายลงเป็นอันมาก ท้าวมาลีวราชฟังทศกรรฐ์กล่าวโทษอีกฝ่ายหนึ่ง จึงให้พระวิศณุกรรมไปเชิญพระรามกับพระลักษมณ์ ชี้แจงด้วยความยุติธรรม
    พระรามได้เล่าให้ฟังตามความเป็นจริง ท้าวมาลีวราชฟังแล้วไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด จึงให้ไปตามนางสีดามาไต่สวนด้วย ท้าวมาลีวราชเห็นนางสีดาก็ประจักษ์แก่ใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    เมื่อนั้น
                        ท้าวมาลีวราชรังสรรค์
    เห็นนางสีดาวิลาวัณย์                     งามดั่งดวงจันทร์ไม่ราคี
    มาตรแม้นถึงองค์พระอุมา                     นางสุชาดาโฉมศรี
    นางสุจิตราเทวี สุนันทานารีอรทัย
    ทั้งสุธรรมานงคราญ จะเปรียบปานเยาวมาลย์ก็ไม่ได้
    ทั่วสวรรค์ชั้นฟ้าสุราลัยไกลกันกับโฉมนางสีดา
    กระนี้แหละหรือทศกรรณฐ์จะไม่ผูกพันเสน่หา
    พาทั้งโคตรวงศ์ในลงกาแสนสุรีโยธาวายปราณ
    แต่กูผู้ทรงทศธรรม์ ยังหวาดหวั่นเคลิ้มไปด้วยสงสาร
    หากมีอุเบกขาญานจึงประหารเสียได้ไม่ไยดี
    เมื่อเห็นว่าคำให้การของพระรามและนางสีดาสอดคล้องกัน รวมทั้งเหล่าเทวดาในที่นั่นก็ยืนยันว่าเป็นสัตย์จริง แต่ทศกรรฐ์ได้ทูลว่า เหล่าเทวดาทั้งหลายเกลียดชังตน และที่พระรามมาก่อสงครามที่เมืองยักษ์นั้น พระอินทร์ยังประทานรถเวชยันต์พร้อมพระมาตุลีให้ เมื่อมาเป็นพยานก็คงจะต้องดลใจให้นางสีดาพูดตามพระราม ท้าวมาลีวราชโกรธทศกรรฐ์ที่โกหก จึงให้ส่งนางสีดาคืน
    " ซึ่งเอ็งกล่าวหาทุกข้อ                    ล้วนแกล้งติดต่อให้เหมาะมั่น
    สืบสวนก็ไม่ได้เป็นสัตย์ธรรม สารพันทรลักษณ์อัปรีย์
    เห็นจริงว่าตัวบังอาจ ไปลอบลักอัครราชมเหสี
    ขององค์พระรามจักรีอสุรีเร่งส่งนางสีดา "
    ทศกรรฐ์ไม่ยอมคืนนางสีดา ยกทัพกลับลงกาโดยไม่ไหว้ลาท้าวมาลีวราช ด้วยความแค้นที่ได้กล่าวประจานตนให้อับอาย
พิธีชุบหอกกบิลพัท
    เมื่อแผนการจะให้ท่าวมาลีวราชเข้าข้างตนไม่สำเร็จ จึงคิดจะทำพิธีเผารูปเทวดาและชุบหอกกบิลพัท ซึ่งหากสำเร็จก็จะเหนือกว่าอาวุธใด ๆ ทั้งสามโลก แล้วได้ให้เหล่าเสนายักษ์ ไปตั้งโรงพิธีที่ใกล้เชิงเขาพระเมรุแล้วทำพิธีปั้นรูปเหล่าเทวดา ที่มาเป็นพยานคราวที่ท้าวมาลีวราชว่าความและเผา ทำให้เหล่าเทวดานั้นรุ่มร้อนคล้ายถูกไฟบัลลัยกัลป์ เมื่อพระอิศวร รู้ข่าวจากพระอินทร์ ได้ให้เทพบุตรพาลีลงไปทำลายพิธีจนสำเร็จ
    ทศกรรฐ์คิดว่า การที่ตนทำพิธีใดก็ถูกทำลายหมด เป็นเพราะพิเภกบอกการแก้กลจากข้าศึก ก็จะออกไปรบและฆ่าพิเภกด้วยหอกกบิลพัท พิเภกรู้ว่าทศกรรฐ์คิดว่าตนบอกกลลวงไปทำลายพิธีเผารูปเทวดาและชุบหอกกบิลพัทและจะตามมาฆ่า    ก็ทูลแก่พระราม พระรามให้พระลักษมณ์คอยเฝ้าดูแลพิเภก ขณะที่พระรามกำลังสู้รบกับทศกรรฐ์
    ฝ่ายทศกรรฐ์รบพลางคอยมองลู่ทางสังหารพิเภกไปด้วย เมื่อมีช่องทางก็พุ่งหอกหมายฆ่าพิเภก พระลักษมณ์ปัดได้ แต่หอกได้กลับมาปักอกตนเองแทนจนสลบไป พิเภกทูลพระรามว่าวิธีแก้หอกกบิลพัทชื่อว่าต้นสังกรณีกับตรีชวา ที่ภูเขาสัญชีพสัญญี มูลวัวพระอิศวรที่ถ้ำอินทกาล หินรองบดยาที่เมืองบาดาล แต่หินแท่งบดยานั้นทศกรรฐ์ใช้เป็นหมอน พระรามสั่งให้หนุมานไปนำมา หนุมานได้มาทุกอย่างแล้ว เว้นหินบดยา จึงไปยังลงกา ร่ายพระเวท ให้เหล่ายักษ์หลับ แล้วเข้าไปในปราสาท เห็นทศกรรฐ์นอนอยู่กับนางมณโฑ ได้เอาผมนางมณโฑผูกติดกับเศียรทศกรรฐ์ พร้อมกับเขียนคำสาปไว้ที่หน้าผากทศกรรฐ์ว่า หากจะแก้ผมให้หลุดต้องให้นางมณโฑตบหัวสามที
    ทศกรรฐ์ตื่นขึ้นมาเห็นผมนางผูกติดกับเศียรตน และหินบดยาหายไป ก็รู้ว่าศัตรูมาสะกดแล้วลักไปและผมก็ไม่หลุด จึงให้เสนาไปนิมนต์ฤาษีโคบุตรมา ฤาษีเห็นคำสาปจารึกไว้ จึงบอกให้ทำตามคำสาป ดังนั้นเมื่อนางมณโฑตบหัวทศกรรฐ์สามครั้งผมก็หลุด

    ศึกทัพนาสูร
    ทศกรฐ์แค้นใจมากได้ไปขอให้ทัพนาสูร น้องร่วมบิดามาช่วยรบ    ทัพนาสูรเนรมิตตัวใหญ่โต แทรกลงดินจนถึงหน้าอก อ้าปากให้ปากล่างอยู่บนดิน แลบลิ้นบังดวงอาทิตย์ไว้ เอาแขนโอบพลลิง เหล่าพลลิงตกใจที่ท้องฟ้ามืดในทันที ก็วิ่งกันวุ่นวายเข้าปากทัพนาสูร ทัพนาสูรจึงกลืนกินเข้าไปทั้งหมด
    พิเภกทูลพระรามถึงเรื่องทั้งหมด และบอกให้พระรามส่งคนไปตัดมือทัพนาสูรเสีย พระรามให้สุครีพไป เมื่อสุครีพตัดมือทัพนาสูรแล้วฟ้าจึงสว่างขึ้น แล้วพระรามแผลงศรพรหมมาสตร์ต้องทัพนาสูรตาย แต่บรรดาวานรที่ถูกทัพนาสูรกลืนกินเข้าไป แม้ถูกลมพัดมาต้องกายก็ไม่ฟื้นเหมือนเคย พิเภกจึงทูลให้พระรามแผลงศรไปให้พระอินทรได้ยิน และเอาน้ำทิพย์มาพรมบนศพพวกวานรทั้งหมดจึงกลับฟื้นคืนชีพ

    นางมณโฑหุงน้ำทิพย์
    ทศกรรฐ์รู้ว่าทัพนาสูรตายก็เสียใจมาก ไปปรึกษานางมณโฑ นางมณโฑคิดถึงพิธีหุงน้ำทิพย์ที่พระอุมาเคยสอนไว้ หากใครกินน้ำนี้จะไม่ตาย ทศกรรฐ์จึงให้นางมณโฑทำพิธี
    ฝ่ายทศคีรีวันและทศคีรีธร ลูกทศกรรฐ์กับนางช้างในป่าหิมพานต์ มาเยี่ยมทศกรรฐ์ในเวลาที่นางมณโฑทำพิธีสัญชีพหุงน้ำทิพย์ รู้เรื่องก็อาสาออกรบ ทั้งสองต้องศรพระลักษมณ์ตาย ทศกรรฐ์จึงให้ฤทธิกาลรบหน่วงเวลาไว้ รอพิธีหุงน้ำทิพย์เสร็จ
    เมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน นางมณโฑทำพิธีหุงน้ำทิพย์สำเร็จ ให้เสนานำไปมอบให้ทศกรรฐ์นำไปพรมบนร่างเหล่ายักษ์ที่ตาย ก็กลายเป็นปีศาจยักษ์ขึ้นมาต่อสู้ พระรามเกิดความสงสัย พิเภกทูลว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำทิพย์ของนางมณโฑ แต่มีวิธีแก้คือ ระหว่างนางทำพิธีห้ามร่วมหลับนอน ขอให้ส่งนายทหารผู้มีฤทธิ์ไปทำลายพิธี ระหว่างนี้ให้พระรามแผลงศรเป็นข่ายเพชรกั้นเหล่าปีศาจไว้อย่าให้ออกมาสู้รบได้ พระรามได้ให้หนุมานพานิลนนท์กับชมพูพาน พาไพร่พลลิงไปทำลายพิธี หนุมานจึงแปลงเป็นทศกรรฐ์ นิลนนท์เป็นช้างทรงของทศกรรฐ์ ชมพูพานเป็นการุณราชควาญท้าย เหล่าไพร่พลแปลงเป็นพลยักษ์ยกทัพเข้าลงกา เมื่อถึงแล้วหนุมานแปลงทำเป็นดีใจพานางมณโฑไปร่วมหลับนอนด้วย ส่วนชมพูพานได้พาไพร่พลลิงไปทำลายโรงพิธี
    ฝ่ายทศกรรฐ์เมื่อเห็นปีศาจยักษ์แตกพ่ายหายไป ทั้งยังไม่เห็นซาก เพราะฤทธิ์ศรพระราม อีกทั้งน้ำทิพย์ยักษ์ก็ไม่มีผู้ใดนำมาส่ง จึงรู้ว่าคงมีศัตรู เข้าไปทำลายพิธี จึงทำที่ขอหย่าทัพ แล้วให้พระรามมารบกันวันรุ่งขึ้น เมื่อกลับถึงลงการู้ว่านางมณโฑเสียทีหนุมาน



 

หนุมาณไปเอากล่องดวงใจ
    รุ่งขึ้นทศกรรฐ์ยกทัพมารบกับพระรามอีก แต่ทำอย่างไรก็ตามทศกรรฐ์ก็ไม่ตาย พระรามสงสัย พิเภกจึงทูลว่า ทศกรรฐ์ถอดดวงใจฝากไว้ที่ฤาษีโคบุตร หนุมานอาสาไปนำกล่องดวงใจ โดยให้องคตไปด้วย และทำทีขอให้ฤาษีโคบุตรช่วยพาไปถวายตัวแก่ทศกรรฐ์ ระหว่างนั้นได้ลวงถามเรื่องกล่องดวงใจของทศกรรฐ์ ฤาษีตกหลุมพลางเล่าให้ฟังจนหมดสิ้น ก่อนที่จะเข้าไปในลงกา หนุมานบอกให้ฤาษีฝากดวงใจไว้กับองคตที่นอกเมือง ฤาษีหลงเชื่อแล้วพาหนุมานเข้าไปถวายตัว เข้าเมืองได้ลอบสั่งความกับองคตโดยหนุมานได้เนรมิตกล่องดวงใจขึ้นใหม่ แล้วบอกว่าให้องคตนำกล่องดวงใจปลอมคอยรับหน้าฤาษี
    หนุมานเข้าเฝ้าทศกรรฐ์และแกล้งเล่าเรื่องต่าง ๆ นานา จนทศกรรฐ์หลงเชื่อรับหนุมานไว้เป็นลูก เสร็จแล้วฤาษีได้ออกมาเอากล่องดวงใจจากองคต องคตจึงมอบกล่องดวงใจเนรมิตให้ แล้วรีบเหาะไปเฝ้ากล่องดวงใจ ทศกรรฐ์คอยหนุมานที่ริมฝั่งมหาสมุทร
    ทศกรรฐ์จัดงานสมโภชน์รับหนุมาน นางมณโฑเตือนไม่ให้ไว้ใจหนุมานแต่ทศกรรฐ์ไม่เชื่อ หนุมานก็แกล้งทำเป็นเคารพรักทศกรรฐ์แต่ไม่ยอมไหว้จนทศกรรฐ์สงสัย หนุมานบอกว่าการจะไหว้ใครนั้นต้องไหว้พระพายผู้เป็นบิดาก่อน เมื่อไม่มีลมพัดในลงกาหนุมานจึงไหว้ไม่ได้ แต่ทศกรรฐ์ก็ยังข้องใจอยู่ หนุมานจึงแกล้งอาสาไปปราบพระราม พระลักษมณ์ และจะจับพิเภกมาถวาย
    เมื่อหนุมานยกทัพออกไปรบ ก็แกล้งบุกตะลุยทัพของพระลักษมณ์จนแตกพ่าย แล้วว่าวันนี้ให้เลิกทัพก่อน ให้มารบกันวันรุ่งขึ้น แล้วจะจับพระลักษมณ์ ไปถวายทศกรรฐ์ ทศกรรฐ์รู้ว่าหนุมานไปรบได้ผล จึงประทานนางสุวรรณกันยุมา เมียอินทรชิตให้หนุมาน
    ฝ่ายพระลักษมณ์เข้าใจผิดคิดว่าหนุมานไปเข้ากับทศกรรฐ์ จึงไปบอกพระราม พระรามรู้ว่าเป็นอุบายของหนุมาน เมื่อยกทัพมาสมทบกับพระลักษมณ์แล้วจึงบอกว่า จะขอดูท่าทีหนุมานก่อน หากทรยศจริงจะฆ่าเสียให้ตาย

    ทศกรรณ์สั่งเมือง
    รุ่งขึ้นหนุมานจึงขอให้ทศกรรฐ์ยกทัพไปเป็นประธาน ส่วนตนเองจะออกรบเอง เมื่อถึงสนามรบแล้ว ได้บอกทศกรรฐ์ว่า ให้ทศกรรฐ์ตั้งทัพไว้ เมื่อเห็นตนเหาะไปสูงสามโยชน์เมื่อใด ให้ยกทัพเข้าตี แล้วหนุมานก็กำบังกายเหาะไปที่ทัพพระราม แล้วถวายกล่องดวงใจ แล้วทูลให้รีบฆ่าทศกรรฐ์เสีย แล้วเหาะกลับไปหา ชูกล่องดวงใจให้ดู ทศกรรฐ์จึงรู้ว่าเสียรู้หนุมาน จึงบอกหนุมานว่าจะกลับไปสั่งเสียก่อน แล้วจะมารบวันรุ่งขึ้น จงไปทูลแก่พระรามด้วย
    วันรุ่งขึ้นทศกรรฐ์ได้ยกทัพไปรบกับพระราม แล้วต้องศรพรหมมาสตร์ของพระรามตาย พิเภกได้เชิญพระศพทศกรรฐ์เข้าลงกา แล้วเชิญนางสีดา นางมณโฑ มาเฝ้าพระรามที่ค่ายทัพพลับพลาเขามรกต แต่นางสีดาคิดว่า การจะไปเฝ้าพระรามที่ได้จากกันนานถึงสิบสี่ปี โดยตกอยู่ในเมืองลงกา แม้ว่าจะไม่มัวหมองแต่พระรามก็จะเคลือบแคลงสงสัยได้ แต่พิเภกทูลให้คลายกังวล นางสีดาจึงยอมไปเฝ้าพระราม แต่อยู่ห่าง ๆ
    สีดาลุยไฟ
    ฝ่ายพระรามเมื่อเห็นนางสีดาก็ดีใจมาก ได้พูดกับนางสีดาว่า อยู่กับทศกรรฐ์มานาน ไม่มีใครรู้ว่านางยังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ นางสีดาจึงขอลุยไฟต่อหน้าพระรามและเหล่าเทวดา แสดงความบริสุทธิ์    พระรามได้ให้สุครีพนำเชื้อไฟมากองไว้หน้าพลับพลาต่อหน้าเหล่าเทวดา แล้วทรงแผลงศรเป็นไฟลุกขึ้น ก่อนลุยไฟนางสีดาตั้งสัตย์อธิษฐานว่า หากนางซื่อสัตย์ต่อสามีขออย่าให้มีความร้อน แล้วจึงลงไปมีดอกบัวบานผุดขึ้นรองรับทุกก้าว
    พระรามให้พิเภกไปครองลงกา ต่อมานางมณโฑได้เป็นเมียพิเภกด้วย เมื่อปลงศพทศกรรฐ์แล้วได้ทูลเชิญพระราม พระลักษมณ์และนางสีดา เข้ามาพักยังลงกา
ศึกอัศกรรณ
    ฝ่ายไวยกาสูรกับนิลกายสูร เสนายักษ์ของทศคิริวันกับทศคิริธรได้กลับไปทูลท้าวอัศกรรณ ที่กรุงจักรวาล ว่าบุตรบุญธรรมทั้งสองตายแล้ว ท้าวอัศกรรณเสียใจมากจึงยกทัพไปรบ พระรามยกทัพไปรบ แต่ไม่สามารถฆ่าอัศกรรณได้ เพราะเมื่อต้องศรพระรามขาดคราวใด ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า พิเภกทูลว่า อัศกรรณได้พรจากพระอิศวรว่าเมื่อใดอัศกรรณตาย ต้องนำซากไปทิ้งมหาสมุทร จึงจะไม่ฟื้นขึ้น พระรามจึงแผลงศรพรหมมาสตร์ ตัดอัศกรรณออกเป็นท่อนเล็กท่อนน้อย แล้วบันดาลเป็นลมกรดพาไปทิ้งมหาสมุทร
    เมื่อเสร็จศึกแล้ว พระมาตุลีก็ลากลับไป พระรามบอกพิเภกว่าจะกลับคืนยังกรุงศรีอยุธยา เพราะรับปากกับท้าวทศรถพระราชบิดาไว้ว่า ครบสิบสี่ปีเมื่อใดจะกลับไปครองเมืองและหากเกินเวลาพระพรตกับพระสัตรุต จะฆ่าตัวตายด้วยการลุยไฟ พิเภกขอตามไปด้วย พร้อมกับทูลว่า เมื่อพระรามข้ามฝั่งไปแล้ว ควรจะทำลายถนน เพื่อเหล่ายักษ์จะได้ใช้มหาสมุทรเพื่อสัญจรต่อไป เมื่อข้ามไปแล้ว พระรามจึงแผลงศรพลายวาต ทำลายถนนที่ข้ามไปลงกาเสีย แล้วเดินทางไปพักทัพที่ป่าบริเวณเขาเหมติรัน

    ศึกบรรลัยกัลป์
    ฝ่ายยักษ์ชื่อบรรลัยกัลป์ ลูกทศกรรฐ์และนางอัคคี ซึ่งพญานาคผู้เป็นตานำไปเลี้ยงไว้ เกิดลางร้ายคิดถึงทศกรรฐ์ผู้เป็นพ่อขึ้นมา ได้ขึ้นมาเยี่ยมรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากนางอัคคีผู้เป็นมารดาก็โกรธ รีบเหาะตามทัพพระรามไป เมื่อพระรามได้ยินเสียงกึกก้องก็ถามพิเภก รู้ว่าบรรลัยกัลป์ตามมาล้างแค้นแทนทศกรรฐ์ ก็ให้หนุมานไปฆ่าแล้วตัดหัวมาให้ หนุมานออกอุบายแปลงเป็นควายใหญ่ติดหล่มอยู่ บรรลัยกัลป์ผ่านมาพบ หลงกลหนุมานได้เข้าต่อสู้กันหนุมาน บรรลัยกัลป์ตัวลื่น จึงไปถามฤาษีพระทิศไพมุนี พระฤาษีบอกใบ้ให้เอาทรายซัดจึงจะจับได้ หนุมานจึงฆ่าบรรลัยกัลป์ตาย
    ต่อมาพระรามได้เดินทางไปพักที่เมืองขีดขิน ตามคำทูลเชิญของสุครีพและนิลพัท แล้วเดินทางต่อไปยังอาศรมของฤาษีวสิษฐ์และสวามิตร โดยมีสุครีพตามไปด้วย และพระรามได้พบกับนายพรานกุขันที่นี่ด้วย และได้รู้ว่าสามพระมารดากับสองพระอนุชาเศร้าโศกมาก จึงให้หนุมานกับนายพรานกุขัน ล่วงหน้าไปทูลเรื่องราวในเมืองก่อน

    พระรามคืนเมืองขึ้นครองราชย์ ปูนบำเหน็จ
    ฝ่ายพระพรตและพระสัตรุตเห็นว่าครบกำหนดสิบสี่ปีแล้ว    พระราม พระลักษมณ์ และนางสีดา ยังไม่เสด็จกลับ ก็ไปทูลมารดาลาไปปลงพระชนม์ โดยการลุยไฟตามที่ได้ปฏิญาณไว้ หนุมานกับกุขันก็มาถึงก่อนได้เข้าไปห้ามไว้ หลังจากรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็พาพระมารดาไปพบกับพระราม พระลักษมณ์ และนางสีดา ที่อาศรมฤาษี แล้วทูลเชิญเข้าไปครองเมือง
    ต่อมาได้จัดพิธีอภิเษกขึ้นครองราชสมบัติ โดยมีพระอินทร์เหล่าเทวดาและบรรดาเหล่าฤาษีมาเป็นเกียรติ แล้วพระรามได้ออกขุนนางปูนบำเหน็จความดีความชอบของเหล่าทหาร พระลักษมณ์ให้ครองเมืองโรมคัล พระพรตและพระสัตรุต ให้เป็นอุปราชอยู่ในกรุงศรีอยุธยา
    หนุมานแบ่งกรุงศรีอยุธยาให้ครองกึ่งหนึ่ง แล้วตั้งชื่อให้ใหม่ว่าพระยาอนุชิต สุครีพนั้นให้มีชื่อว่า พระยาไวยวงศา ครองเมืองขีดขิน    พิเภกให้ชื่อว่า ท้าวทศคิริวงศ์ ไปครองเมืองลงกา องคตให้ชื่อว่า พระยาอินทรนุภาพศักดา เป็นฝ่ายหน้าเมืองขีดขิน ชมพูพานให้ไปครองเมืองปางตาล สุรเสนไปครองเมืองสัทธาสูร ชมพูวราช นิลราช นิลนนท์ เป็นอุปราชทั้งหมด โดยให้ชมพูวราชเป็นฝ่ายหน้าเมืองปางตาล นิลราชเป็นฝ่ายหน้าเมืองอัสดงค์ นิลนนท์เป็นอุปราชเมืองชมพู    ไชยามและโคมุท เป็นมหาเสนาซ้ายขวาที่เมืองขีดขิน สัตพลีให้เป็นอาลักษณ์ ส่วนพลลิงอื่น ๆ ก็ให้ยศฐาบรรดาศักดิ์ตามสมควร
    ฝ่านหนุมานทูลคัดค้านว่า เมืองโรมคัลเป็นเมืองยักษ์ ไม่ควรให้พระลักษมณ์ไปครอง แต่ควรจะอยู่ใกล้ชิดพระรามจะดีกว่า    ส่วนพระพรตกับพระสัตรุต นั้นควรจะให้ไปอยู่ที่เมืองไกยเกษ พระรามเห็นด้วย ได้ให้สุรกานต์ไปครองเมืองโรมคัล แล้วให้ศรรามเป็นมหาอุปราช กุขันพรานป่าให้เป็นพระยากุขันธิบดินทร์ ครองบุรีรัม สำหรับพิเภกนั้นเป็นผู้ไม่มีความชำนาญการรบและไม่มีฤทธิ์ หากมีศัตรูมารุกราน ให้เขียนสาสน์แขวนศรมา เมื่อพระรามแผลงศรมาถามข่าว

    หนุมาณครองเมือง
    ฝ่ายหนุมานเมื่อได้ครองอยุธยาครึ่งหนึ่ง ก็มีความสุขดี แต่เมื่อใดต้องขึ้นนั่งบัลลังก์ออกขุนนาง จะรู้สึกเร่าร้อน เวียนหัว ปวดหัว ก็คิดว่าเป็น เพราะตีตนเสมอพระรามทำให้เกิดวิปริต ได้เข้าเฝ้าพระรามถวายอยุธยาคืน พระรามจึงแผลงศรให้หนุมานตามไปดูว่าตกลงที่ใด จะยกทัพไปสร้างเมืองใหม่ให้ ศรนั้นไปตกบนเขาใหญ่เก้ายอด หนุมานแผลงฤทธิ์เอาหางกวาดจนเกิดเป็นกำแพงหินล้อมรอบบริเวณนั้น แล้วจึงกลับมาทูลพระรามทุกอย่าง พระรามจึงว่าให้ตามไปดูเท่านั้น ทำไมทำเกินคำสั่ง แต่เนื่องจากมีความชอบมาก ก็จะให้เทวดาไปสร้างเมืองให้
    ต่อมาพระอินทร์ให้พระวิษณุกรรม ลงมาสร้างเมืองให้หนุมาน แล้วพระรามประทานชื่อเมืองว่า นพบุรี รวมทั้งแบ่งสมบัติจากกรุงศรีอยุธยา ม้า พล เสนา ให้ครึ่งหนึ่งตามที่ได้เคยปฏิญาณไว้

    ศึกมหาบาล
    ฝ่ายยักษ์ชื่อท้าวมหาบาล เจ้าเมืองจักรวาล เพื่อนสนิทของทศกรรฐ์ เกิดความคิดถึงทศกรรฐ์ขึ้นมาได้ยกทัพมาตั้งที่หน้าด่านลงกา รู้ข่าวทศกรรฐ์ก็โกรธแค้น ให้เสนาไปเรียกพิเภกมาพบที่หน้าด่าน แต่พิเภกรู้ว่าเป็นพวกพาลไม่ยอมออกไป เมื่อดูดวงตนรู้ว่ามีเคราะห์หนัก แต่จะมีคนช่วยเหลือไม่ถึงตาย และใกล้เวลาที่พระรามจะแผลงศรมาถามข่าวคราวแล้ว จึงให้เปาวนาสูรนำไพร่พลรักษาเมืองไว้ให้เข้มแข็ง
    พระรามได้เกิดฝันประหลาด จึงคิดถึงพิเภก ได้แผลงศรพาลจันทร์ไปถามข่าว เมื่อพิเภกกราบศรแล้วผูกสาสน์กลับมา จึงรู้ว่าลงกาเกิดศึกใหญ่
    พระรามให้หนุมานไปช่วยรบที่ลงกา พิเภกจึงว่าหากตนไม่ออกไปรบ ท้าวมหาบาลก็จะหมิ่นเอาได้ และยังเป็นพระเกียรติแก่พระรามด้วย หากพลาดพลั้งให้หนุมานช่วย ระหว่างรบกันพิเภกเพลี่ยงพล้ำ หนุมานจึงลงจากกลีบเมฆมาช่วย แต่ไม่สามารถฆ่าท้าวมหาบาลได้ พิเภกบอกว่า ท้าวมหาบาลได้พรจากพระอิศวร หากจะฆ่าต้องแหวะเอาดวงใจมาขยี้ให้แผลก หนุมานจึงควักเอาดวงใจท้าวมหาบาลออกมาขยี้ ท้าวมหาบาลจึงตาย และพลยักษ์ได้ตกเป็นเชลยของลงกา
    เมื่อเสร็จศึก พิเภกเชิญหนุมานไปหานางเบญจกาย ส่วนเมืองจักรวาลที่ขาดคนปกครอง พิเภกให้เปาวนาสูรไปครอง จากนั้นหนุมานและพิเภกจึงไปเฝ้าพระราม ทูลเรื่องราวทั้งหมด
กำเนิดไพนาสุริยวงศ์ และอสุรผัด
    ต่อมานางมณโฑประสูติโอรสชื่อ ไพนาสุริยวงศ์ ซึ่งเกิดจากทศกรรฐ์ พิเภกนึกว่าเป็นลูกตนก็หลงรัก ส่วนนางเบญจกายได้ประสูติโอรสหน้าเป็น ลิง มือและเท้าเป็นยักษ์ ชื่ออสุรผัด
    วันหนึ่งหนุมานได้ยกทัพน้อยไปเที่ยวสวน ได้กระโจนปีนป่ายตามวิสัยทำให้นางกำนัลขบขัน ทำให้หนุมานรู้สึกอับอายที่ตนทำตัวไม่เหมาะสม คิดจะออกบวช จึงไปเฝ้าพระรามเพื่อทูลลาไปบวช กับฤาษีพระทิศไพ
    วันหนึ่งไพนาสุริยวงศ์ ไปเที่ยวเล่นในสวนกับพี่เลี้ยงชื่อ วรณีสูร เมื่อไปถึงพลับพลาที่ทศกรรฐ์เคยประทับ วรณีสูรคิดถึงทศกรรฐ์ก็ร้องไห้ ไพนาสุริยวงศ์สงสัย วรณีสูรเล่าให้ฟังทั้งยังบอกว่าไม่ใช่ลูกพิเภก ไพนาสุริยวงศ์ได้กลับมาถามนางมณโฑอีก เมื่อรู้ความจริงก็โกรธคิดจะไปหาท้าวจักรวรรดิ์ที่เมืองมลิวัน จึงหลอกพิเภกว่าจะไปเรียนวิชาที่สำนักพระกาลฤาษี แต่ที่จริงจะเรียนวิชาผ่านด่านเพลิงน้ำกรด ไปเมืองมลิวัน เมื่อเรียนจบ ก็เดินทางไปเมืองมลิวัน และผ่านด่านทั้งสองไปได้ หลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท้าวจักรวรรดิ์ฟัง ท้าวจักรวรรดิ์โกรธยกทัพมาลงกา เมื่อถึงลงกา ไพนาสุริยวงศ์ ได้บอกว่าพวกตนจะเข้าเมืองก่อน เพื่อไม่ให้พิเภกสงสัย

    ศึกท้าวจักรวรรดิ์
    ฝ่ายท้าวจักรวรรดิ์เมื่อถึงด่านลงกา ก็ให้วิษณุราชกับนนทการ ไปทูลพิเภกให้ออกมา พิเภกจัดทัพออกไปรบ แต่เพลี่ยงพล้ำถูกท้าวจักรวรรดิ์ แผลงศรเป็นพญานาคตัวใหญ่ รัดพิเภกไว้
    เมื่อไพนาสุริยวงศ์รู้ว่าพิเภกถูกจับ ก็มาขอชีวิตว่า พิเภกได้เลี้ยงดูตนมา ท้าวจักรวรรดิ์ยกโทษให้แต่ขอทรมานพิเภกก่อน โดยจับใส่ตรุขังไว้ จากนั้นได้ตั้งให้ไพนาสุริยวงศ์ครองลงกาแทน แล้วตั้งนามใหม่ให้ว่า ท้าวทศพิน พร้อมทั้งมอบศรบรรลัยจักรวาลให้ด้วย
    ฝ่ายอสุรผัดรู้ว่าตาของตนถูกจำตรุ ก็เสียใจไปขอโทษแทนตากับทศพิน ท้าวจักรวรรดิ์ไม่ยอมไล่ออกมา นางเบญจกายให้อสุรผัดไปตามหาหนุมานผู้เป็นพ่อที่ออกบวช แล้วค่อยไปทูลพระราม อสุรผัดเหาะไปตามกับฤาษีที่เขามณฑป เมื่อพบหนุมานก็ไม่รู้จัก หนุมานจึงกลับร่างเดิม แล้วแผลงฤทธิ์พร้อมกับหาวเป็นดาวเป็นเดือน อสุรผัดจึงเล่าเรื่องให้ฟัง หนุมานโกรธมากพาอสุรผัดไปพบสุครีพที่นครขีดขิน สุครีพให้หนุมานพาอสุรผัดไปพบพระรามก่อน แล้วตนกับท้าวชมพูจะยกพลตามไป
    เมื่อพระรามรู้เรื่องจากหนุมานก็ให้ไปเกณฑ์ทัพเมืองขีดขินกับเมืองชมพูมา หนุมานจึงบอกว่ากำลังยกมา แล้วให้เสนาไปเมืองไกยเกษ บอกพระพรตและพระสัตรุตไปช่วยรบ โดยให้มาพร้อมกันที่ศรีอยุธยา
    ฝ่ายท้าวชมพูได้ให้นิลพัทคุมทัพเมืองชมพู แก้ตัวกับพระรามในความผิดครั้งก่อน
    พระรามสั่งให้พระพรตและพระสัตรุต นำทัพทั้งหมดพร้อมกับสุครีพ หนุมาน องคต และสิบแปดมงกุฎ ไปตีเมืองลงกาและเมืองมลิวัน พระรามประทานศรพรหมมาสตร์และเกราะเพชรแก่พระพรต พระลักษมณ์ประทานศรจันทรวาทิตย์กับเกราะแก้วของพระอินทร์ให้พระสัตรุต แล้วพระพรตกับพระสัตรุตก็คุมทัพไปถึงเขาคันธกาล นิลพัทขอเอาตัวทอดข้ามมหาสมุทร เพื่อให้ทัพผ่านเข้าลงกา แล้วไปตั้งทัพที่เขามรกต

    ศึกทศพิน
    เมื่อตั้งทัพแล้ว พระพรตให้ชมพูพานถือสาสน์ไปบอกให้ท้าวทศพินออกมา ทศพินไม่ยอมกลับด่าว่าชมพูพาน ชมพูพานได้ทำร้ายทศพินจนบาดเจ็บ แล้วกลับมาทูลพระพรต
    ฝ่ายยามลิวันกับกันยุเวก โอรสอินทรชิตกับนางสุวรรณกันยุมา รู้ว่าทศพินจะไปรบแล้วจะให้พวกตนไปด้วยก็กลัวนางสุวรรณกันยุมาจึงบอกให้หนีไปถวายตัวกับพระพรต
    รุ่งขึ้นท้าวทศพินยกทัพไปรบ พระพรตให้อสุรผัดออกรบ ทศพินกับวรณีสูรแพ้ถูกจับได้ พระพรตให้นำทั้งสองตระเวนน้ำตระเวนบก แล้วตัดหัวเสียบไว้ที่ประตูเมือง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเยี่ยงอย่าง แล้วให้อสุรผัดไปปล่อยพิเภก

    ตีเมืองมลิวัน
    เมื่อฆ่าทศพินแล้ว พระพรตให้ยกทัพไปตีเมืองมลิวัน พิเภกทูลว่าทางไปเมืองมลิวันเป็นทางทุรกันดาร และยังมีด่านถึงสองด่านคือ ด่านไฟกรดและน้ำกรด หนุมานได้อาสาหักด่าน เมื่อไปถึงด่านแรกคือ ด่านเพลิงกาฬ หนุมานเห็นยักษ์ชื่อมัฆวาน กำลังคุมพลเก้าโกฎิทำพิธีไฟลุกโหมช่วงโชติร้อนแรง หนุมานแปลงกายใหญ่โตเข้าต่อสู้และฆ่ามัฆวานตายไฟจึงดับ    ถึงด่านที่สองคือด่านน้ำกรด เห็นยักษ์ชื่อกาลสูรนั่งบริกรรมคาถาเรียกพญานาคมาพ่นพิษ เป็นควันมีน้ำกรดไหลไม่ขาดสาย จึงแปลงกายเป็นครุฑเข้าต่อสู้ และจับกาลสูรขว้างไปยังเขาจักรวาลตาย
    เมื่อหักด่านได้แล้ว พระพรตได้ให้ยกทัพไปตั้งที่เชิงเขามยุราตามคำแนะนำของพิเภก
    ฝ่ายท้าวจักรวรรดิ์รู้ว่าข้าศึกหักด่านมาถึงเมือง ได้ให้จัดทัพเตรียมไว้ พระพรตให้นิลนนท์ถือสาสน์ไปบอกว่าหากกลัวตายให้ออกมาตั้งสัตย์ต่อศรพรหมมาสตร์ก็จะยกโทษให้    ท้าวจักรวรรดิ์ไม่ยอมกลับให้โอรสชื่อ สุริยาภพยกทัพออกมารบ พระพรตให้พระสัตรุตไปรบ พระสัตรุตต้องหอกเมฆพัทของสุริยาภพสลบลง พิเภกทูลพระพรตว่ายาแก้ฤทธิ์หอกคือจันทน์แดงกับมูลวัวอุศภราชที่ถ้ำเขาอินทกาล แท่นหินที่ชั้นพรหม และลูกหินที่เมืองพญานาค พระพรตให้นิลพัทไปเอา เมื่อบดยาทาแผลหอก พระสัตรุตก็ฟื้น
ศึกสุริยาภพ บรรลัยจักรและนนยุพักตร์
    เมื่อท้าวจักรวรรดิ์รู้ว่าพระสัตรุตฟื้นขึ้น ก็ให้สุริยาภพออกมารบอีก พระพรตและพระสัตรุตออกรบ สุริยาภพต้องศรพรหมมาสตร์ตาย
    ท้าวจักรวรรดิ์ ให้โอรสอีกคนหนึ่งชื่อ บรรลัยจักรไปรบแต่สู้ไม่ได้ เมื่อพลบค่ำจึงขอหย่าศึกแล้วจะไปรบในวัยรุ่งขึ้น เมื่อเข้าเมืองแล้ว ได้ทูลท้าวจักรวรรดิ์ว่าศัตรูมีกำลังเข้มแข็งและมีฤทธิ์ไม่ควรประมาท จึงจะไปชุบศรเหราพตที่เนินเขาจักรวาล ท้าวจักรวรรดิ์เห็นดีด้วย ได้ให้ยักษ์ชื่อกระบิล ยกทัพไปขัดตาทัพไว้ก่อน พระพรตให้นิลพัทออกรบ
    ต่อมาได้ฆ่ากระบิลตาย พร้อมกันนี้พระพรตได้สั่งให้องคตกับอสุรฟัด ไปทำลายพิธีชุบศรเหราพตของบรรลัยจักร บรรลัยจักรบอกว่าถึงแม้จะชุบศรไม่สำเร็จก็จะขอออกรบ พระพรตกับพระสัตรุตออกรบกับบรรลัยจักร บรรลัยจักรเอาจักรกรดเมฆฏสูรขว้างไป เกิดเป็นหมอกควันบังดวงอาทิตย์ แล้วได้แผลงศรเหราพตเป็นจระเข้พันหัวพ่นพิษรัดกายพระสัตรุตแล้วพาไปฝากไว้กับราหู
    พิเภกทูลพระพรตว่าเป็นเพราะจักรกรดเมฆสูรของบรรลัยจักร ให้แผลงศรพรหมมาสตร์ไป เมื่อฟ้าสว่างแล้วไม่เห็นพระสัตรุต ก็ให้สุครีพ หนุมาน องคต นิลพัท ไปตามชิงตัวกลับมา เมื่อทั้งสี่ตามไปพบราหู จึงต่อสู้กัน ชิงตัวพระสัตรุตกลับมาได้    ส่วนราหูหนีเข้าเมือง แต่ถูกบรรลัยจักรสั่งให้ตัดหัวเสียบประจาน เพื่อไม่ให้ยักษ์อื่น ๆ เอาเยี่ยงอย่าง
    รุ่งขึ้นบรรลัยจักรออกรบอีก ต้องศรพรหมมาสตร์ของพระพรตตาย ท้าวจักรวรรดิ์เสียใจและแค้นใจมาก ยกทัพออกไปรบเอง ไม่แพ้ไม่ชนะ จนพลบค่ำจึงขอหย่าศึก
    ฝ่ายนนยุพักตร์น้องของบรรลัยจักร ซึ่งลาท้าวจักรวรรดิ์ไปบำเพ็ญตบะในป่า เพื่อขอประทานเทพอาวุธจากพระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ์ แต่ยังไม่สำเร็จ    เกิดความร้อนรุ่ม จึงคิดว่าคงจะเกิดเหตุก็กลับไปเมืองมลิวัน เมื่อรู้ข่าวพี่ชายก็เสียใจและโกรธแค้น อาสาออกรบ พระพรตให้พระสัตรุต ออกมารบ ระหว่างรบกันนนยุพักตร์ต้องศรพรหมมาสตร์ตาย

    ศึกท้าวไวยตาล
    ท้าวจักรวรรดิ์แค้นมาก ยกทัพออกมารบเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่แพ้ไม่ชนะ จนค่ำจึงกลับเข้าเมือง แล้วคิดได้ว่ายังมีเพื่อนชื่อท้าวไวยตาล เจ้าเมืองกุรุราชที่มีศาสตราวุธพิเศษ จึงให้เสนาถือสาสน์ไปเชิญมารบ ท้าวไวยตาลได้มาช่วยท้าวจักรวรรดิ์รบกับทัพของพระพรตและพระสัตรุต เมื่อท้าวไวยตาลเพลี่ยงพล้ำก็คิดว่าศัตรูมีกำลังกล้าแข็ง ควรจะไปทำพิธีบูชากระบองให้เกิดมีฤทธิ์ แล้วจึงขอหย่าศึกกลับเข้าเมือง
    ท้าวจักรวรรดิ์เมื่อรู้ว่า ท้าวไวยตาลจะไปทำพิธีชุบกระบอง ก็ให้เพตราไปขัดตาทัพไว้ก่อน พิเภกทูลพระพรตว่า ทัพที่ยกมาไม่ไช่ไวยตาล เพราะไวยตาลกลับไปบาดาลเพื่อทำพิธีชุบกระบองตาล ให้ชี้ทางต้นตาย ชี้ทางปลายเป็นและไม่ตาย พระพรตได้สั่งให้องคตไปรบกับเพตราส่วนนิลพัท ให้ไปทำลายพิธี นิลพัทได้ขอเอาอสุรผัดไปด้วย
    เมื่อนิลพัทและอสุรฟัดไปถึงก็หายตัวเข้าไป แล้วนิลพัทแปลงตัวเป็นพระกาฬ เข้าสู้รบกับไวยตาลที่กำลังทำพิธี จนเสียพิธี ก็พากันกลับมาดักรออยู่ที่ทางเข้าเมือง นิลพัทแปลงเป็นยักษ์นั่งอยู่ข้างทาง แล้วให้อสุรผัดคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เมื่อไวยตาลยกทัพกลับมาพบเข้า นิลพัทแกล้งทูลว่า ตนเป็นทหารอยู่ลงกาถูกทารุณจนอยู่ไม่ได้ ต้องลงมาขอพึ่ง ไวยตาลเชื่อพาเข้าเมือง ระหว่างทางได้กลายร่างเดิมเข้าต่อสู้กับไวยตาล อสุรผัดเข้าช่วยรบด้วย จนฆ่าไวยตาลตายแย่งกระบองไปได้ ส่วนองคตก็ฆ่าเพตราตาย
    ท้าวจักรวรรดิ์รู้ข่าวก็เสียใจและโกรธแค้น ยกทัพมารบเองเป็นครั้งที่สามกับพระพรต ไม่แพ้ไม่ชนะ จนค่ำจึงหย่าศึกกลับเข้าเมือง
    รุ่งขึ้นท้าวจักรวรรดิ์ยกทัพออกมารบกับทัพของพระพรตอีก แล้วต้องศรพรหมมาสตร์แต่ยังไม่ตาย เกิดสำนึกผิดขอโทษพระพรตและพระสัตรุต พร้อมทั้งสั่งกับเสนายักษ์ชื่อสุพินสัน ให้ไปบอกนางวัชนีสูรว่า    เมื่อตายแล้วให้มอบเมืองมลิวันและนางรัตนมาลีบุตรสาวแก่พระพรต นางวัชนีสูรได้ทำตามที่ไวยตาลสั่ง พระพรตให้ญาติของไวยตาลครองเมือง แล้วจึงเสด็จกลับศรีอยุธยา
    พระรามปูนบำเหน็จ
      พระรามได้ให้รางวัลทุกคนที่ออกรบครั้งนี้ โดยให้หนุมานไปครองกรุงมลิวัน นิลพัทเป็นพระยาอภัยพัทธพงศา อสุรผัดเป็นพระยามารนุราชอุปราชลงกา ยามลิวันเป็นพระยาวันยุพักตร์ ครองกรุงกุรุราช กันยุเวกเป็นพระยากันนุชิต ครองเมืองจักรวาล เปาวนาสูรให้กลับมาเป็นอำมาตย์ใหญ่ของพิเภกและอื่น ๆ แก่พลลิง และพลมาร
      ฝ่ายไวยวิกและนางพิรากวน ที่ได้ครองเมืองบาดาลแทนไมยราพ ก็นึกถึงบุญคุณของหนุมานตลอดมา จึงคิดมาเยี่ยมและมาเฝ้าพระรามด้วย ไวยวิกได้ชวนมัจฉานุซึ่งเป็นอุปราชยกทัพมา พลวานรเห็นกองทัพมา ท้าวชมพูที่กำลังยกทัพกลับมา ก็เข้าใจผิดคิดว่าไวยวิกเป็นกบถ ได้นำทัพเข้าต่อสู้ พระรามได้ยินเสียงดังกึกก้อง ก็ให้หนุมานไปดู เห็นไวยวิกกับมัจฉานุก็จำได้ จึงเข้าขวางทัพ ไวยวิกและมัจฉานุเล่าให้ฟัง    จากนั้นก็พากันเข้าเมืองไปเฝ้าพระราม    พระรามได้ใช้พระขรรค์โมลีตัดหางที่เป็นปลาของมัจฉานุให้ แล้วบอกว่าหากการให้หนุมานไปครองเมืองมลิวันก็จะอยู่ไกล จึงให้มัจฉานุไปครองแทน และให้นางรัตนมาลีเป็นมเหสี ส่วนไวยวิกนั้นให้ไปครองเมืองบาดาลตามเดิม

      ปีศาจนางอาดูล
      วันหนึ่งพระรามเกิดอยากเที่ยวป่า ได้ชวนพระลักษมณ์ไปด้วย ส่วนนางสีดาตั้งครรภ์จึงอยู่ที่ตำหนัก นางสีดารู้สึกเร่าร้อนได้ชวนนางกำนัลไปอาบน้ำที่ท่าหลวง
      ฝ่ายยักษ์ตนหนึ่งชื่อนางอาดูล เป็นญาติของทศกรรฐ์ อยู่ใต้ดิน รู้ว่าที่เหล่ายักษ์พากันล้มตายก็เพราะนางสีดาเป็นต้นเหตุ ก็คิดแค้นนางสีดาเรื่อยมา และหาวิธีกลั่นแกล้งให้นางสีดาต้องพลัดพรากพระราม ได้ขึ้นมาจากใต้ดิน แปลงกายเป็นนางกำนัล มีรูปร่างงามมาหานางสีดา ถึงเวลาที่จะถึงคราววิบัติของนางสีดา ทำให้ไม่สงสัย แล้วนางอาดูลก็ตามนางสีดาขึ้นพระตำหนัก และถามนางสีดาถึงหน้าตาของทศกรรฐ์
      นางสีดาเล่าให้ฟัง    นางอาดูลบอกว่านึกไม่ออกควรจะวาดรูปให้ดู นางสีดาได้วาดรูปทศกรรฐ์ให้นางอาดูลดู และนางกำนัลอื่น ๆ ก็มาดูกัน เป็นเวลาที่พระรามพระลักษมณ์กลับจากป่า นางอาดูลรีบหายตัวเข้าไปสิงรูป    นางสีดารู้ว่าพระรามกลับมาก็รีบลบรูปแต่ลบไม่ออก จึงนำไปซ่อนไว้ใต้ที่นอนของพระราม เมื่อพระรามจะนอนก็ให้ร้อนรุ่มและโมโหเอากับนางสนมกำนัล

      พระรามให้ฆ่านางสีดา
      นางสีดาได้ให้นางข้าหลวงไปบอกพระลักษมณ์ พระรามเล่าความรู้สึกให้ฟัง พระลักษมณ์ค้นห้องดูพบรูปทศกรรฐ์ แล้วนำไปให้พระรามดู นางสีดาคิดว่าถ้าอยู่เฉยนางกำนัลทั้งหลายจะเดือดร้อน จึงทูลความจริงแก่พระราม พระรามโกรธหาว่านางสีดาแพศยา ให้นำไปฆ่า พระลักษมณ์ได้ลอบพานางออกไปจากเมืองในตอนค่ำ และพระลักษมณ์กลัวพระรามรู้ก็ใช้พระขรรค์ฆ่านาง แต่นางสีดาไม่ตาย พระลักษมณ์จึงให้พระนางหนีไป ส่วนตนจะกลับเข้าเมืองก่อนเวลาเช้า
      ฝ่ายพระอินทร์เห็นเรื่องราวทั้งหมด จึงคิดช่วยทั้งนางสีดาและพระลักษมณ์ ได้บันดาลให้มีเนื้อทราย นอนตายอยู่ระหว่างทางที่พระลักษมณ์จะผ่านกลับเมือง พระลักษมณ์ได้ควักดวงใจเนื้อทรายไปถวายพระราม

      กำเนิดพระมงกุฎ พระลบ
      ส่วนนางสีดาได้เดินทางมาพบกับพระอินทร์ที่แปลงเป็นควายมาคอยนางสีดา เห็นนางสีดาเดินร้องไห้มา จึงถามเหตุ นางสีดาเล่าให้ฟังแล้วขอให้ ควายแปลงพาไปหาฤาษีเพื่อขอพึ่ง ควายแปลงได้พานางไปพบกับฤาษีชื่อวัชมฤค ฤาษีได้รับเลี้ยงนางไว้ โดยเนรมิตกุฏีให้หลังหนึ่ง จนนางสีดาคลอดโอรสทิ้งไว้ในเปล แล้วไปฝากฤาษีให่ช่วยดูแล แล้วตนจะไปอาบน้ำ แต่ไปเห็นลิงแม่ลูก จึงได้คิดถึงโอรสกลับไปเอามาไม่บอกฤาษี ฤาษีลืมตาไม่เห็นโอรสก็จะทำพิธีไฟชุบโอรสให้ใหม่ โดยวาดรูปกุมารในกระดานเพื่อทำพิธี เมื่อเห็นนางสีดาพาโอรสกลับมา ก็จะลบรูปกุมารในกระดาน นางสีดาขอให้ชุบขึ้น เพื่อเป็นเพื่อนเล่นของโอรส เมื่อชุบได้แล้ว ฤาษีได้ตั้งชื่อพระโอรสว่า มงกุฎ ส่วนโอรสที่ชุบขึ้นให้ชื่อว่า ลบ ทั้งสองเรียนวิชากับฤาษีจนจบ และฤาษีได้เอาไม้ไผ่อ่อนมาเหลาเป็นคันศรและลูกศร องค์ละสามเล่ม แล้วให้ฝึกหัดยิงจนเกิดความชำนาญ ต่อมาฤาษีคิดจะตั้งพิธีชุบศรให้
      เสี่ยงม้าอุปการ
      วันหนึ่งพระมงกุฎกับพระลบ ลาฤาษีและพระมารดา ไปเที่ยวป่า แล้วชวนกันประลองศรเกิดเสียงสนั่นไปทั่ว พระรามได้ยิน รู้ว่าคงจะมีผู้มีบุญมาทดลองฤทธิ์ และโหรประจำราชสำนักได้ทูลให้ปล่อยม้าอุปการไปเสี่ยงทาย พร้อมกับให้หนุมานตามสะกดรอยไป หากใครจับไปขี่ย่อมแปลว่าคิดขบถให้จับตัวมาถวาย    พระรามเห็นด้วยจึงให้ไปเชิญพระพรตและพระสัตรุตมา แล้วให้ตามม้าอุปการไปด้วย
      ฝ่ายนางสีดาตั้งแต่พระมงกุฎและพระลบ ขอไปเที่ยวป่า แล้วไปประลองศรก็ร้อนรุ่มใจ คิดว่าอาจมีกษัตริย์ผู้มีฤทธิ์เกิดความริษยามาจับตัวไปได้ ก็ห้ามไม่ให้ทั้งสองไปเที่ยวป่าอีก แต่โอรสทั้งสองไม่เชื่อ ลาไปป่าอีก ขณะที่กำลังเที่ยวป่าอยู่ พระมงกุฎเห็นม้าอุปการหน้าดำตัวขาวตลอดหาง เท้ามีสีแดง ก็บอกพระลบว่าเป็นม้าประหลาด ให้ช่วยกันจับ จับได้แล้วก็พบสาสน์แขวนคอม้า เมื่ออ่านแล้วก็รู้ว่าเป็นสาสน์ของพระรามที่ปล่อยม้ามา หากใครพบให้มาบูชาม้าอุปการ แต่หากใครนำไปขี่จะถูกฆ่าตาย ก็โมโหมาก ก็จับม้าอุปการขี่ หนุมานซึ่งสะกดรอยตามมาเห็นคิดว่า สองกุมารน่าจะเป็นลูกกษัตริย์เมืองใดเมืองหนึ่ง จะฆ่าเสียก็ได้ แต่กลับแผลงฤทธิ์เข้าจับ ถูกพระมงกุฎตีด้วยศรสิ้นสติ แล้วสองกุมารก็ขี่ม้าเล่นต่อไป
      เมื่อหนุมานฟื้นก็คิดอุบายโดยแปลงเป็นลิงป่าเข้าไปตีสนิท พอได้โอกาสจะเข้าจับถูกตีด้วยศรล้มล