หกสิบปีทรงครองราชย์, เศรษฐกิจพอเพียงและการแก้ไขความยากจน

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
 

หกสิบปีทรงครองราชย์, เศรษฐกิจพอเพียงและการแก้ไขความยากจน (1)

โลกาปริทรรศน์ : วรพล พรหมิกบุตร

หลักสูตรการศึกษาพื้นฐานทั่วไปของนานาประเทศ รวมทั้งของไทยนำเสนอเรื่องราวผลงาน ของผู้ปกครองคนสำคัญในประวัติศาสตร์ชนชาติต่างๆ ที่โลกจดจำเล่าขานต่อกันมาในฐานะที่เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

ฮัมมูราบี, อัสชูร์บานิปาล, เนบูคัดเนสซาร์, ไซรัส, ดาริอุส, อเล็กซานเดอร์, อโศกมหาราช, บาเบอร์, เจงกีสข่าน, ถังไท่จง และกษัตริย์นักปกครองคนสำคัญของโลกอีกหลายท่านที่ถือกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของตำนานโลก มากกว่าจะเป็นเพียงประวัติศาสตร์ชนชาติของกษัตริย์แต่ละคน

ท่านเหล่านั้นมีภูมิหลังทางเชื้อสายชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, และผลงานสำคัญๆ ในแง่มุมรายละเอียด ทั้งในส่วนที่แตกต่าง หรือคล้ายคลึงกันตามสภาวการณ์เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์สังคมแต่ละช่วงเวลา นับจากยุคสังคมชนเผ่า จนถึงการรวมตัวกันเป็นอาณาจักรและการสร้างรากฐานการเมืองระบอบกษัตริย์ของชนชาติต่างๆ ครอบคลุมกาลเวลาย้อนกลับไปในอดีตยาวนานกว่า 4 พันปี

ถึงกระนั้นก็ตาม ในประวัติศาสตร์สังคมของชนชาติต่างๆ ทั่วโลกตลอดมาเท่าที่เรารู้จักจดจำ และศึกษาผลงานกัน ในหลักสูตรการศึกษาตามที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ยังไม่เคยปรากฏว่ามีพระมหากษัตริย์พระองค์ใด ของชนชาติใดทรงครองราชย์ และทรงงานอันมีคุณูปการในแง่มุมต่างๆ ต่อประชาชนโดยทั่วไปอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปีมาก่อนเลยแม้แต่พระองค์เดียว

เท่าที่ผู้เขียนอ่านทบทวนประวัติศาสตร์สังคมและการเมืองของโลกจากอดีตถึงปัจจุบันโดยสังเขปสามารถจะกล่าวได้ในขณะนี้ ว่า กรณีการครองราชย์ครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของไทยถือได้ว่า เป็นกรณีแรกและกรณีเดียวในประวัติศาสตร์สังคมของ "มนุษยชาติ" เท่าที่มีการเล่าขาน, จดจำ, และบันทึกสืบทอดกันมาจากอดีตถึงปัจจุบัน

ดังนั้น, นัยสำคัญของปี พ.ศ.2549 สำหรับปวงชนชาวไทยจึงขยายขอบเขตกว้างไกลออกไป จากสถานะของประวัติศาสตร์ชนชาติไทย สู่สถานะของบันทึกประวัติศาสตร์โลกที่คนในสังคมต่างๆ หลากหลายเชื้อสายชาติพันธุ์ มีโอกาสจะจดจำในตำรา และหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานทั่วไปของตนว่า พระมหากษัตริย์พระองค์แรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่ทรงครองราชย์ทำนุบำรุงประเทศและประชาชนยาวนานกว่า 60 ปีเป็นพระมหากษัตริย์ของชนชาติไทยทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ผู้เขียนพิจารณาขอบเขตของประวัติศาสตร์พัฒนาการทางการเมืองของโลกแล้วเชื่อว่า โอกาสที่มนุษยชาติในสังคมอื่นจะมีพระมหากษัตริย์องค์ที่สองของโลกที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปีในทำนองเดียวกันนี้เป็นเรื่องไม่น่าจะเป็นไปได้อีกต่อไป

ความเป็นไปได้มากกว่าก็คือตลอดประวัติศาสตร์สังคมของมนุษยชาติเท่าที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบัน และที่จะดำเนินต่อไปอีกในอนาคตจะมีเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพียงพระองค์เดียวที่ทรงครองราชย์ยาวนานมากกว่า 60 ปี

นัยสำคัญเชิงประวัติศาสตร์สังคมสำหรับปวงชนชาวไทยที่จะมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกเช่นนั้น ควรจะถือเป็นโอกาสอันเป็นมหามงคลสำหรับคนไทยทุกกลุ่มอาชีพ, ทุกกลุ่มวัฒนธรรม และทุกกลุ่มการเมืองให้ร่วมกัน สร้างสถานะของประเทศไทยให้เข้มแข็ง ทั้งในทางวัฒนธรรม, เศรษฐกิจ และการเมืองด้วยความ "รู้รักสามัคคี" กันอย่างกว้างขวางต่อเนื่อง เพื่อเป็นมรดกทางสังคมให้อนุชนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต

การเฉลิมฉลองครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชนชาติไทย ที่กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเนื่องในวาระทรงครองราชย์ครบ 60 ปีเป็นโอกาสอันดีสำหรับพสกนิกรชาวไทยโดยส่วนรวม, รวมทั้งนักการเมืองและข้าราชการ, ในอันที่จะถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการร่วมมือกันสร้าง และพัฒนาความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนทั้งทางการเมือง, เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของไทยให้เป็นอีกส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคมของตนนอกเหนือไปจากโอกาสที่ตนเองได้รับเรียบร้อยแล้ว ในบันทึกประวัติศาสตร์โลกเรื่องพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

กรอบความคิด, ทฤษฎี และแนวทางปฏิบัติสำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ในการดำเนินวิถีชีวิตของสังคมไทย ก็ตกผลึกชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ จนถึงขั้นการบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานของไทยบางส่วน และการศึกษานอกโรงเรียนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศหลายส่วนเรียบร้อยแล้วนั่นคือ

กรอบความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและผลการศึกษาค้นคว้าจากโครงการตามแนวพระราชดำริจำนวนมาก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงริเริ่มและสนับสนุนการดำเนินโครงการด้วยความต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสังคมไทยจะดำเนินวิถีทางการเมือง อยู่ท่ามกลางบริบทสงครามเย็น, ระบอบเผด็จการ, หรือประชาธิปไตย

กรอบความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย เป็นที่รับรู้เชื่อถือของชาวต่างประเทศจำนวนมากไปก่อนหน้านี้แล้ว

การเฉลิมฉลองในส่วนที่ภาครัฐจะจัดให้มีนิทรรศการอันเกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง (เช่น นิทรรศการเรื่องดิน น้ำ และป่าไม้ที่เมืองทองธานี) จะเป็นที่สนใจและเผยแพร่สู่การรับรู้ในต่างประเทศต่อไปอีกมากขึ้น และหนักแน่นขึ้นต่อไป

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

หกสิบปีทรงครองราชย์,เศรษฐกิจพอเพียงและการแก้ไขความยากจน (2)

โลกาปริทรรศน์ : วรพล พรหมิกบุตร

ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน เราสามารถกล่าวร่วมกันได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

เมื่อตรวจค้นบันทึกประวัติศาสตร์การครองราชย์ของกษัตริย์หรือราชินีของชนชาติต่างๆ ย้อนกลับไปในอดีต เราก็ยังสามารถกล่าวได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ของไทยเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (ดูหมายเหตุท้ายเรื่อง)

ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในหลากหลายมิติทางสังคม และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง กับการอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนโดยส่วนรวม

หนึ่งในบรรดามิติทางสังคมและวัฒนธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ความเพียรพยายาม ในการอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนนานหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้แก่ มิติทางด้านการดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่พื้นฐานประจำวัน ของประชาชนโดยส่วนรวม ของประเทศ ซึ่งปรากฏผลรูปธรรม เป็นที่ประจักษ์ต่อการรับรู้ของประชาคมโลก เป็น "ทฤษฎีใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง"

เกือบตลอดช่วงครึ่งหลังคริสต์ศตวรรษ 20 ขณะที่แวดวงนักวิชาการพัฒนา ในระบบภูมิปัญญาสถาบันอุดมศึกษาของไทย ส่วนใหญ่พากันหลงลืมคุณค่าของการดำเนินวิถีชีวิตแบบยั่งยืน บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง อย่างมีความสัมพันธ์ กับสภาพโลกาภิวัตน์ ; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงส่งเสริมโครงการตามแนวพระราชดำริจำนวนมาก ที่มุ่งเน้นการศึกษาค้นคว้าทดลอง และตรวจสอบคุณค่าของการดำเนินวิถีชีวิตแบบพออยู่พอกิน, พึ่งพาตนเอง และพัฒนาคุณค่าของวิถีชีวิตดังกล่าวเข้าสู่ความสัมพันธ์แบบโลกาภิวัตน์ของประชาคมโลกสมัยใหม่ ได้เป็นผลสำเร็จชัดเจนขึ้นตามลำดับ

โครงการตามแนวพระราชดำริจำนวนมากเหล่านี้ เป็นฐานข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ที่สะสมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภูมิปัญญา ด้านการพัฒนาของไทย จนนำไปสู่การก่อรูปความคิดเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เป็นที่รับรู้แพร่หลายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ

ระหว่างช่วงเวลาเกือบครึ่งศตวรรษที่สถาบันวิชาการของไทยหลงลืมคุณค่าของการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง, พอเพียง และยั่งยืนก่อนหน้านี้ประชาชนชาวไทยโดยส่วนรวมต้องประสบความผันผวนในการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งปรากฏรูปธรรมอันไม่พึงปรารถนา เป็น "ปัญหาความยากจน" แพร่ระบาดรุนแรงขึ้นตามลำดับ

จนแม้แต่หน่วยงานสำคัญซึ่งรับผิดชอบการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คือ คณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ต้องระบุชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ว่า ปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างสะสมรุนแรง ในช่วงปลายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8

วิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 ส่งผลกระทบซ้ำเติมการดำเนินวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทยโดยส่วนรวมเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากปัญหาความยากจน อันเกี่ยวเนื่องกับ "กระบวนการพัฒนา" ก่อนหน้านั้น ; อย่างไรก็ตาม ผลึกความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งทรงวางทั้งพื้นฐาน และรูปธรรมเชิงประยุกต์ไว้ให้ก่อนแล้ว ได้ช่วยพยุงวิถีชีวิตของครัวเรือนประชาชนจำนวนมาก ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ

ขณะเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรัฐบาลจากการเลือกตั้งทั่วไปหลังปี พ.ศ.2544 มีความเห็นสอดคล้องตรงกันมากขึ้นตามลำดับในการน้อมรับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไปบรรจุเป็นปรัชญาหลักในการดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนา และการแก้ไขวิกฤติครั้งที่ผ่านมา

ในงานของคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้บรรจุปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าเป็นหลักการสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในปัจจุบัน

ในงานของรัฐบาลตามระบอบรัฐสภาหลังปี พ.ศ.2544 ค่อยๆ ปรับทิศทางการใช้งบประมาณบริหารประเทศ เข้าสู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการดำเนินความสัมพันธ์แบบโลกาภิวัตน์ จนมีขั้นตอนการพัฒนายุทธศาสตร์ ที่มุ่งเน้น "การขจัดปัญหาความยากจน" เป็นเป้าหมายดำเนินงานสำคัญข้อแรกในมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 มกราคม 2549 สำหรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2550 ซึ่งจะให้ดำเนินการต่อไป หากไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางอื่น

แม้ว่าอาจเกิดปัญหาชะงักงันล่าช้าไปบ้าง เกี่ยวกับการผลักดันดำเนินการตามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยแนวทางทฤษฎีใหม่ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ดูหมายเหตุท้ายเรื่อง) แต่ในที่สุดแล้ว ผลึกความคิดของประชาสังคมไทยส่วนใหญ่ จะเรียกร้องการแก้ไขปัญหาความยากจน และการน้อมรับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้นต่อไป มากกว่าจะปล่อยปละละเลยให้ความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคและกลุ่มต่างๆ มามีผลกลบเกลื่อนบดบังความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน ด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้เขียนมีความเห็นว่า ประชาชนและครัวเรือนชาวบ้านทั่วประเทศ ยังสามารถร่วมเฉลิมฉลองวาระทรงครองราชย์ 60 ปีได้อีกทางหนึ่ง ด้วยการปฏิบัติ, ส่งเสริม และดำเนินวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มขึ้น ตามศักยภาพของตนตามลำดับ

หมายเหตุ : 1.คุณศุภนัส จงจิตอารี นักศึกษาวิชาสหวิทยาการสังคมศาสตร์คนหนึ่งช่วยตรวจค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า กษัตริย์หรือราชินีของชนชาติอื่น ที่ทรงครองราชย์ยาวนานกว่า 60 ปีมีจำนวนน้อยมาก และมักจะขึ้นครองราชย์ ขณะทรงพระเยาว์ จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มากกว่าจะทรงครองราชย์ด้วยพระองค์เองตั้งแต่ต้น

2.สาเหตุความล่าช้าชะงักงันส่วนหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 มกราคม 2549 เกิดจากความผันผวนทางการเมือง อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดเวที "เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร" และ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" รวมทั้งการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางความผันผวนดังกล่าวในช่วงต้นปี พ.ศ.2549


+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

หกสิบปีทรงครองราชย์ เศรษฐกิจพอเพียงและการแก้ไขความยากจน (3)

โลกาปริทรรศน์ : วรพล พรหมิกบุตร

ประจักษ์พยานสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่ยืนยันให้ความมั่นใจแก่ปวงชนชาวไทยว่า "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่รับรู้เชื่อถือต่อประชาคมโลกแล้ว ได้แก่ การที่องค์การสหประชาชาติประกาศสดุดี และถวายรางวัลเกียรติประวัติสูงสุด ในผลงานด้านการพัฒนามนุษย์ต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เป็นพระองค์แรกในปีนี้

นายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เดินทางมาประเทศไทยในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติของรัฐบาลไทย เพื่อถวายรางวัลเกียรติประวัติสูงสุด ในผลงานด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Program) แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยได้เข้าเฝ้าฯ ถวายรางวัลดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการถวายรางวัล ประกอบด้วย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูตและแขกผู้ทรงเกียรติระดับสูงในแวดวงต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

นายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวในคำประกาศสดุดีที่มีหัวใจสำคัญเป็นการย้ำให้ประชาคมโลก เห็นความสำคัญของการพัฒนา ที่ถือเอา "มนุษย์" เป็นหัวใจของการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณค่าการดำรงวิถีชีวิต และขจัดความยากจน ตามแบบอย่างการพัฒนาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ของไทยทรงปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี โดยมีโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มากกว่า 3,000 โครงการ เป็นเครื่องมือในการศึกษาค้นคว้าทดลอง ก่อนการขยายผลนำไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์ต่อครัวเรือน และชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ

ในคำประกาศสดุดี เลขาธิการองค์การสหประชาชาติประกาศน้อมรับคุณค่าของ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" (Self sufficiency philosophy) ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะนำไปเผยแพร่และประยุกต์ใช้ในโครงการพัฒนาของสหประชาชาติ เพื่อประโยชน์ของประเทศต่างๆ ต่อไป

ดังนั้น นอกจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก ที่องค์การสหประชาชาติ ถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านผลงานการพัฒนา คนไทยทั้งประเทศใต้ร่มพระบารมี ก็ได้รับผลอันเป็นชื่อเสียงเกียรติคุณ ในฐานะประชาชนของประเทศที่มีพระประมุข ซึ่งเป็นทั้งขุมคลังภูมิปัญญาของประชาคมโลก และแบบอย่างการประพฤติปฏิบัติเพื่อการดำเนินวิถีชีวิตทางสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืนสมานฉันท์

การจัดงานและนิทรรศการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนหรือองค์กรต่างๆ ดำเนินการกันอยู่โดยทั่วไปตลอดปี พ.ศ.2549 นี้ จึงเป็นความสมควรอย่างยิ่งในการเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยในอันที่จะแสดงความรู้สึกกตัญญูใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามจารีตประเพณีสำคัญดั้งเดิมของไทยและนานาอารยประเทศร่วมภูมิภาคนี้

ตามที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้แล้วว่า ประชาชนและครัวเรือนทั่วประเทศยังสามารถร่วมเฉลิมฉลองวาระทรงครองราชย์ 60 ปี ได้อีกทางหนึ่งด้วยการปฏิบัติ ส่งเสริม และดำเนินวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มขึ้นตามศักยภาพของตนตามลำดับ ผู้เขียนมีความเห็นว่าการร่วมเฉลิมฉลองในส่วนนี้จะเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้นแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทาน "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" เป็นผลึกภูมิปัญญาสำคัญต่อปวงชนชาวไทย จนเป็นที่ยอมรับเชื่อถือต่อประชาคมโลกวงกว้างในปัจจุบัน

การดำเนินวิถีชีวิตประจำวันตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมิได้มีข้อจำกัดเชิงความคิดอยู่เฉพาะ ในขอบเขตแวดวงชุมชนเกษตรกร หรือคนที่มีฐานะยากจนเท่านั้น แต่คนโดยทั่วไปในสังคมต่างๆ สามารถนำหลักปรัชญาการดำเนินวิถีชีวิตดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้กับตนเองได้ในทุกแวดวงอาชีพ และฐานะทางเศรษฐกิจ โดยสังคมส่วนรวมยังสามารถดำเนินการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อเนื่องไปได้ในทางปฏิบัติ

ภายในขอบเขตการดำเนินนโยบายและโครงการต่างๆ ของภาครัฐ การปรับทิศทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน โดยประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักความคิดสำคัญมากขึ้นตามลำดับ (เช่นที่ปรากฏในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง)

นอกจากจะต้องใช้ความอดทน และความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องในอันที่จะดำเนินการ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ตามแนวทางที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ความเพียรพยายามเป็นแบบอย่างให้เห็นตลอดมาแล้ว ยังสามารถบ่งชี้ถึงความกตัญญูรู้คุณ ของบุคคลทั้งในแวดวงภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนต่างๆ ที่มุ่งมั่นถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ความมั่นใจร่วมกันมากขึ้นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช จะเป็นคุณลักษณะด้านการพัฒนาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งประชาชนชาวไทยสามารถจะมี

กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

ขอขอบคุณ รากฐานไทย.คอม

   
คัดสรรมาฝากโดย mutu11 (อนุชา เจซาคาล) บทความทั้งหมดของคุณ mutu11
วันที่ 25/11/2549 เวลา 11:08:47
เข้าชมบทความนี้แล้ว 2114 ครั้ง ได้รับการโหวต 6 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2114 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 5/7/2551 10:04:08
โดย คุณ ปอมแป๋ม
IP : 202.129.6.***
 

เมื่อคืนเป็นหวัด

โพสต์เมื่อ : 5/7/2551 10:04:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 5/7/2551 10:01:41
โดย คุณ พู่กัน
IP : 202.129.6.***
 

คนตาโตหาไม่ค้อยเจอ

โพสต์เมื่อ : 5/7/2551 10:01:41
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 20/6/2551 10:29:20
โดย คุณ 544
IP : 125.26.205.***
 



โพสต์เมื่อ : 20/6/2551 10:29:20
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 1/11/2550 11:17:08
โดย คุณ สุนิสา
IP : 125.27.121.***
 



โพสต์เมื่อ : 1/11/2550 11:17:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 10/12/2549 13:58:38
โดย คุณ 1122
IP : 125.24.165.***
 



โพสต์เมื่อ : 10/12/2549 13:58:38
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 10/12/2549 13:58:36
โดย คุณ 1122
IP : 125.24.165.***
 



โพสต์เมื่อ : 10/12/2549 13:58:36
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2114 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด