Path:contents/newsview/70/34699-2-2-1.txt ปิดฉาก "นายพลโบเมียะ" นักรบกะเหรี่ยงเคเอ็นยู
 

ปิดฉาก "นายพลโบเมียะ" นักรบกะเหรี่ยงเคเอ็นยู

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
นับเป็นการปิดฉากชีวิตของ นายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดี และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู)

หลังจากสิ้นลมอย่างสงบด้วยวัย 79 ปี ด้วยอาการหัวใจวายที่โรงพยาบาลเอกชนใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับน้ำตาของชาวกะเหรี่ยงเคเอ็นยู และชนกลุ่มน้อยที่ใฝ่หาอิสรภาพ

กว่า 3 ปีที่นายพลโบเมียะต้องทนทรมานด้วยภาวะโรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคหัวใจ แต่บทสุดท้ายชีวิตของนายพลนักปฏิวัติยังเดินอยู่บนเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ และน่าจดจำ นำไปสู่ความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลานกองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้กล่าวถึงในฐานะชายชาติทหารผู้หนึ่งที่ควรจะได้รับความเคารพอย่างสมเกียรติ ในฐานะผู้นำที่ยิ่งใหญ่

ทั้งนี้กว่า 2 ทศวรรษ นายพลโบเมียะ เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำกะเหรี่ยงเคเอ็นยูตั้งแต่ปี 2519-2543 ซึ่งตลอดเวลานายพลผู้นี้ได้สร้างนโยบาย และยุทธศาสตร์การเมือง การทหาร เพื่อวางรากฐานต่างๆ ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพให้แก่พี่น้องกะเหรี่ยงเคเอ็นยู และชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะนโยบายเปิดเจรจาต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาลทหารพม่า เพื่อร่วมกันหาข้อยุติปัญหาขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธี

การเสียชีวิตของนายพลโบเมียะนั้น นายมานซา ลาพัน เลขาธิการสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง แสดงความคิดเห็นไว้น่าสนใจว่า การจากไปของนายพลโบเมียะจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเคเอ็นยู และชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ เพราะภาพของนายพลโบเมียะ เสมือนสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวกะเหรี่ยง และชนกลุ่มน้อยทั้งมวล ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า การจากไปของนายพลท่านนี้อาจทำให้กองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูมีอันต้องสิ้นสลายไปในทันที

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์กันตามความจริงจะพบว่า การจากไปของนายพลโบเมียะแทบจะไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ของกองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูแต่อย่างใด เพราะในวันนี้กองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูสามารถดำเนินไปด้วยดี เนื่องจากนายพลนักปฏิวัติได้แผ้วถางทางโดยผ่องถ่ายอำนาจทางทหารให้แก่ลูกทั้ง 4 คน ในสมัยที่นายพลโบเมียะยังกุมอำนาจทางทหารไว้ในมือเมื่อปี 2542 หลังจากทราบว่า ฐานอำนาจทางการเมืองเริ่มสั่นคลอน เนื่องจากเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายกองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูในเรื่องบทบาทการทำงานมาโดยตลอด

ส่วนอำนาจทางทหาร นายพลโบเมียะได้ผ่องถ่ายอำนาจโดยให้ลูกชายดำรงตำแหน่งทางทหารที่สำคัญ คือ พ.อ.นิกอเมียะ เป็นผู้บังคับการกองพัน 201 พ.อ.เนอดาเมียะ เป็นผู้บังคับกองพัน 202 โดยมีกำลังจาก พล.ต.ทินหม่อง ญาติผู้น้อง ผบ.กองพลที่ 7 ซึ่งดูแลพื้นที่ทิศเหนือตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ลงไปถึง จ.แม่ฮ่องสอน และ พล.ต.มูติ ผบ.กองพลที่ 6 ซึ่งรับผิดชอบด้านทิศใต้ของฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ลงไปเป็นฐานอำนาจสำคัญในกองทัพ

ทำให้วันนี้แม้จะสิ้นนายพลโบเมียะ แต่กองทัพยังคงเดินหน้าภายใต้การนำของลูกชาย โดยเฉพาะ พ.อ.เนอดาเมียะนั้น นายพลโบเมียะวางตัวให้เป็นทายาทอันดับที่ 1 ที่สืบทอดอำนาจทางการทหาร โดยมีสองนายพลแห่งกองพลที่ 6 และ ที่ 7 คอยสนับหนุนอยู่ข้างหลัง ทำให้ปัจจุบันอำนาจทหารของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูอยู่ในมือของ พ.อ.เนอดาเมียะทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หลังนายพลโบเมียะหมดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ความขัดแย้งกับฝ่ายการเมืองเริ่มก่อตัวมากขึ้น โดยนายพลโบเมียะถูกลดชั้นให้เป็นรองประธานาธิบดี โดยนายซอบาเต๊ะ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แทน และต่อมาอีก 4 ปี นายพลโบเมียะถูกปลดไม่ให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง โดยฝ่ายการเมืองอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ พร้อมแต่งตั้งให้นายบาติน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเรื่องนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฝ่ายทหารและการเมืองไม่ลงรอยกันอย่างเต็มตัว

แม้วันนี้กองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยูจะสูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ แต่อุดมการณ์ที่ยึดมั่นต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการเมือง การทหารที่นายพลโบเมียะวางรากฐานไว้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด โดยเฉพาะนโยบายการเปิดเจรจาต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาลทหารพม่า เพื่อร่วมกันหาข้อยุติปัญหาขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธี จะคงดำเนินต่อไปไม่มีสิ้นสุด ภายใต้คำพูดครั้งสุดท้ายที่นายพลโบเมียะกล่าวต่อหน้าเหล่าทหารหาญในวันครบรอบ 57 ปี สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ณ ค่ายมูเอปู เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2547

"ครั้งหนึ่งกะเหรี่ยงต้องพ่ายแพ้พม่า ที่กองบัญชาการมาเนอปลอ เพราะกะเหรี่ยงไม่สามัคคีกัน จึงขอให้ชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มร่วมกันต่อสู้เพื่อความเป็นอิสรภาพจากรัฐบาลทหารพม่าให้ได้ ข้าพเจ้าหวังว่า ทหารกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ และชนชาวกะเหรี่ยง ร่วมมือสามัคคีกัน เพื่อต่อสู้เสียสละเอาความเป็นอิสรภาพมาให้ ซึ่งทุกคนต้องมีความจริงใจ กล้าหาญ จึงจะสำเร็จ"
 
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 

 

ขอขอบคุณ sanook.com

   
คัดสรรมาฝากโดย mutu11 (อนุชา เจซาคาล) บทความทั้งหมดของคุณ mutu11
วันที่ 25/12/2549 เวลา 09:59:25
เข้าชมบทความนี้แล้ว 1527 ครั้ง ได้รับการโหวต 0 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1527 คน ตอบ 2 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 12/8/2550 8:34:19
โดย คุณ Google is the best search engine Google
IP : 85.255.113.***
 

Google is the best search engine Google

โพสต์เมื่อ : 12/8/2550 8:34:19
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 18/1/2550 15:38:19
โดย คุณ มินทาดา
IP : 124.157.160.***
 

เป็นเรื่องที่เราก็รู้อยู่แล้วว่า....สำหรับกะเหรี่ยงหรือชนกลุ่มใดก็ตาม ถ้าหากไม่มีความสามัคคีกันแล้ว การที่เราจะมีความมั่นคง มีชัยชนะ หรือแม้แต่จะประสบความสำเร็จ...ก็หาไม่เจอ ครับหาไม่เจอ ....ผมในฐานะเด็กกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ เห็นว่าการที่เรามีอำนาจน้อย และมีทรัพยากรที่จำกัด และมีอาวุธที่ล้าสมัยนั้นไม่ใช

โพสต์เมื่อ : 18/1/2550 15:38:19
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1527 คน ตอบ 2 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด