:: ไขกลเม็ด 'มหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด ก้าวสู่มหาลัย อันดับโลก *

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

:: ไขกลเม็ด 'มหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด ก้าวสู่มหาลัย อันดับโลก *

สู่อนาคตการศึกษา

เปิดเหตุผลที่ทำให้มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆขงอโลกได้อย่างยาวนานถึง 300 กว่าปี ผ่านนักวิชาการอาวุโสของฮาวาร์ดอย่าง ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ผู้เขียนหนังสือ "หลังกำแพงอาร์วาร์ด : เรียนรู้ความเป็นเลิศทางปัญญา"
นอกจากนี้ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารนักวิชาการ นักคิด ที่ได้รับเชิญไปบรรยายทั้งในและต่างประเทศทั่วโลกกว่า 2,200 ครั้งใน 50 ประเทศ รวมทั้งมีหนังสือออกจำหน่ายท้องตลาดราว 150 เล่ม โดยหลายเล่มติดอันดับหนังสือขายดี

 

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ได้เล่าถึงสิ่งที่นักศึกษาจะได้จากฮาวาร์ดนอกจากวิชาการที่เข้มแข็งแล้วนั้น คือ

1. ฮาร์วาร์ดเป็นมหาวิทยาลัยที่มีบุคคลสำคัญของทั้งโลก แวะเวียนเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งที่เข้ามาบรรยายพิเศษในชั้นเรียนให้กับฮาร์วาร์ดไม่ว่าจะเป็นบิล เกตส์, บิล คลินตัน ฯลฯ ทำให้นักศึกษามีโอกาสสัมผัสและพูดคุยกับคนสำคัญเหล่านี้
2. ซีอีโอของบริษัทใหญ่ๆ จะเข้ามาเรียนหลักสูตร exclusive ทำให้ฮาร์วาร์ดเป็นแหล่งรวมแกนนำของบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งนักศึกษาจะได้รับมุมมองที่หลากหลายไม่ใช่แค่เรื่องของวิชาการ
3. มีกลุ่มเอ็นจีโอเข้ามาเยี่ยมเยียนฮาร์วาร์ดตลอดเวลา
4. เป็นแหล่งรวมสื่อมวลชนเพราะเขาต้องการอาจจารย์ที่มีควรมเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์
5. มีโอกาสได้เห็นแผนพัฒนาประเทศของบางประเทศอย่างที่ผ่านมาประเทศซาอุดิอาระเบียมีการนำแผนพัฒนาประเทศมาบรรยายให้กับอาจารย์ที่ฮาร์วาร์ด และ
6. ฮาร์วาร์ดเป็นแหล่งรวมวิทยาการ นักเขียนนักคิด และคนที่รับรางวัลโนเบล
นอกจากนี้ ยังได้เรื่องของคอนเนกชั่นและฮาร์วาร์ดยังเป็นแหล่งรวบรวมคนเก่งทั้งอาจารย์และนักศึ
กษา ทำให้บรรรยากาศในการเรียนที่ฮาร์วาร์ดเป็นบรรยากาศที่ตื่นเต้น นักศึกษาจึงต้องมีความตื่นตัว ยังเป้นแหล่งคัดเลือกนักศึกษาไปทำงานในบริทใหญ่ รวมทั้งยังล้ำเลิศด้วยข้อมูลจากห้องสมุด ขนาดใหญ่ที่เก็บหนังสือไว้เกือบทุกเล่มในโลก

 

ชี้เหตุมหา'ลัย ไทยไม่ติดชั้นโลก

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้มหาวิทยาลัยไทยไม่สามารถติดอันดับโลกได้เนื่องจากมหาวิทยาลัย
ในไทยมีหลากหลายแต่ไม่สามารถก้าวสู่อันดับต้นๆ ได้ เต็มที่ก็ติดอยู่ในอันดับ 200-300 เป็นการแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยไทยยังต้องมีเรื่องเรียนรู้คือ
1. ต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง เห็นได้จากมหาวิทยาลัยบางแห่งยังเน้นเรื่องของปริมาณไม่ได้เน้นเรื่องของคุณภาพ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาได้
2. อาจารย์ต้องมีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการให้มาก ซึ่งไม่ใช่เพราะไม่เก่งแต่บางแห่งไม่ให้อาจารย์ทำวิจัย ทำให้ปริมาณไม่มาก
3. ต้องปรับเรื่งอการเรียนการสอน อาจารย์คนไทยจะต้องเรียนรู้วิธีการเรียนการสอนใหม่ เพราะที่ฮาร์วาร์ดไม่ใช้ว่าอาจารรย์ทุกคนจะเก่งแตต่ที่นั่นมีวิการเรียนการสอนที่ดีซึ่งอาจารย์ไทยน่าจะเอาไปเป็นตัวอย่างได้ เช่น เวลาเข้าสอนจะมีการ์ดให้ นักศึกษาเขียนสิ่งที่ต้องการถามหากตอบไม่ทันในห้องเรียนก็จะไปตอบให้ในอีเมลขอทุกคน ซึ่งนักศึกษาจะได้รับความรู้อย่างลึกซึ้ง
4. มหาวิทยาลัยควรเปลี่ยนความคิดที่จะรับแต่เด็กที่เรียนเก่งอย่างเดียว แต่ควรรับเด็กที่มีความรู้รอบทิศ คือทั้งผลการเรียนดี รู้จักทำกิจกรรม มีแรงจูงใจหรือเป้าหมายของการมาเรียน ฯลฯ ซึ่งที่อาร์วาร์ดจะไม่มองแต่คนเก่ง คนที่จะเรียนได้ต้องรู้รอบด้าน มี Profile ที่ดีทั้งการเรียนกิจกรม ฯลฯ
5. หลักสูตรไม่มีการปรับตัวและความยืดหยุ่นต่ำ ทำให้หลักสูตรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดและการใช้งาน เช่น ฮาร์วาร์ดจะมีวันชอปปิ้งเดย์ซึ่งเป็นวันที่นักศึกษาจะได้เข้าฟังอาจารย์บรรยายถึงวิชาที่จะสอนเพื่อให้นักศึกษารู้จักและเข้าใจวิชานั้นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเรียน นอกจากนี้ วิชาใดที่นักศึกษาอยากจะเรียนต้องประมูล อาจารย์ก็จะได้นักศึกษาที่อยากเรียนจริงๆ นักศึกษาก็มีโอกาสเลือกวิชาที่ตัวเองอยากเรียน
6. นักศึกษาไทยไม่มีการเรียนรู้ด้วยตัวเองแต่ต้องรออาจารย์มาป้อน ในขณะที่ฮาร์วาร์ด นักศึกษาจะต้องศึกษาค้นคว้าเอง และ
7. อาจารย์ที่สอนควรเป็นคนมีประสบการณ์ในวิชาที่สอนไปพร้อมๆ กับการมีความรู้ทางด้านวิชาการ ที่ ฮาร์วาร์ด อาจารย์บางคนไปเป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีหรือไปทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจานี้เวลารับอาจารย์เข้ามาทำงานจะให้นักศึกษาที่เก่งในสาขาเขียนชื่ออาจารย์ที่อยากจะให้มาสอน 3 คน แล้วมาดูว่าอาจารย์คนใดม่ชื่อซ้ำมากที่สุดก็รับคนนั้น


3 หลักคิด พัฒนาการศึกษาไทย

ปัจจุบัน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ไม่ใช่แค่เพียงนักวิชาการอาวุโสของฮาร์วาร์ดเท่านั้น เขายังเป็นนักการเมืองทีพร้อมลงสนามในการเลือกตั้วที่จะถึงนี้ด้วย ภายใต้สังกัด "พรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งหากพรรได้รับเลือกตั้ง และได้รับโอกาสเข้ามาพัฒนาระบบการศึกษาไทยเขาวางเป้าหมายพัฒนาการศึกษาไทยไว้ 3 ประการ คือ
1. อยากสร้างหรือพัฒนามหาวิทยาลัยสัก 1.2 แห่งให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับ World Class University ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลาหลายสิบปี โดยสิ่งที่ทำให้เป็น World Class University ได้รั้ร จะต้องดึงเอาคนเก่งของโลกเข้ามาเป็นอาจารย์ในไทยให้ได้ ซึ่งการที่จะดึงอาจารย์เหล่านี้เข้ามาได้ปัจจัยเรื่องเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ไทยต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และต้องสร้างบรรยากาศทางวิชาการให้เกิดขึ้น รวมทั้งต้องให้เสรีภาพทางด้านวิชาการกับเขาด้วย
2. อยากจะพัฒนาหลักสูตรไทยคดีศึกษาให้เป็นที่รู้จัดระดับโลก ซึ่งขณะนี้ก็มีการผลักดันในเรื่องนี้ที่ฮาร์วอร์ดไปแล้ว ซึ่งเริ่มได้รับความสนใจพอสมควร และคาดว่าหากได้รับการยอมรับสูงก็จะผลักดันให้มีการสร้างศูนย์ไทยคดีศึกษาในฮาร์วาร์
ดรวมทั้งสร้างให้เกิดตำแหน่งศาสตร์จารย์ไทยคดีศึกษา
3. ช่วยกันปฏิรูปการเรียนการสอนด้วยการสร้างให้มีผลงานวิจัยในปริมาณที่มากพอเนื่องจากม
หาวิทยาลัยอ่อนแอประเทศก็จะอ่อนแอไปด้วย แต่ที่ไทยสามารถออยู่รอดได้ เพราะมีการส่งบุคลากรออกไปศึกษาต่างประเทศ ซึ่งนับวันกลับมีปริมาณมากว่าเดิมหรือเท่าเดิมแสดงให้เห็นว่าการศึกษาของไทยมีปัญหา จึงต้องช่วยพัฒนาให้สามารถเทียบเคียงกับที่อื่นได้

ท้ายที่สุด ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ให้มุมมองการออกนอกระบบของการศึกษาไทยว่า การจะออกหรือไม่ถือว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้การศึกษาออกมามีคุณภาพให้ได้ก็พอ การไม่ออกนอกระบบก็อาจจะติดขัดในเรื่องของการกระจายอำนาจ แต่หากออกแล้วอำนาจต้องตกไปอยู่ที่กลุ่มคนไม่กี่ก็ไม่ดี ดังนั้นถ้าจะออกก็ต้องออกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านวิชาการและคุณภาพด้วย

 


http://www.kriengsak.com   (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์)

http://www.timebanksociety.com   (รับสมัครร่วม โครงการกองทุนเวลา เพื่อสังคม)

http://www.ifd.or.th   (สถาบันอนาคตศึกษา)

http://www.abhisit.org   (ดร. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)

.................................. 

   
คัดสรรมาฝากโดย trangcity (สิทธิพล จันทร์ผ่อง) บทความทั้งหมดของคุณ trangcity
วันที่ 21/09/2550 เวลา 00:25:14
เข้าชมบทความนี้แล้ว 1021 ครั้ง ได้รับการโหวต 0 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด