พระผู้เป็นเจ้า ในพุทธศาสนา

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

พุทธศาสนา ที่จะกล่าวถึง ต่อไปนี้ คือ พุทธศาสนา นิกายเถรวาท ที่เป็นที่นับถือของพี่น้องชาวไทย ส่วนใหญ่
พุทธศาสนา นิกาย เถรวาท นี้มิได้กล่าวถึง โดยใช้คำว่า “พระผู้เป็นเจ้า” เหมือนดั่งที่ศาสนาอื่นกล่าวถึง
แต่เมื่อพิจารณาตามความหมายในคำสอนจะพบกับสิ่งที่ได้กล่าวไว้ โดยมีความหมาย ที่หมายถึง “พระผู้เป็นเจ้า”
ซึ่งใช้คำในการสอน ดังนี้

1. ธรรม หรือ ธรรมะ หรือ ธรรมชาติ
2. อสังขตธรรม
3. บรมธรรม
4. วิญญาณ

ความหมาย ของ คำว่า ธรรมชาติ

คำว่า ธรรม แปลว่า ความจริง ความเป็นจริง ความจริงแท้
คำว่า ธรรมชาติ แปลว่า ความจริงที่ก่อกำเนิด ความจริงมีอยู่
ความจริงที่ดำรงอยู่

ในคำสอน ของพุทธศาสนา(เถรวาท) คำว่า ธรรม หรือ ธรรมชาติ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. อสังขตธรรม
2. สังขตธรรม
อสังขตธรรม หมายถึง ธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่ง หรือ เปลี่ยนแปลง
สังขตธรรม หมาย ถึง ธรรม ชาติ ที่มีการ ปรุงแต่ง หรือ เปลี่ยนแปลง

อสังขธรรม มีคุณสมบัติ หรือ คุณลักษณ์ ดังนี้
1. มีมาแต่เดิม
2. มีอยู่อย่างถาวร
3. ไม่เหมือนกับสิ่งใด ที่มองเห็น หรือ ที่เป็น วัตถุ สสาร
4. มีเพียงหนึ่งเดียว
5. ไม่พึ่งพาสิ่งใด
6. เป็นที่มาหรือ เป็นผู้ให้บังเกิด สรรพสิ่งทั้งหลาย
7. อยู่เหนือ กาลเวลา

ในคำสอน จาก คำภีร์ พระไตรปิฎก ได้กล่าวว่า
“ดูกร ภิกษุ ทั้งหลาย ธรรมชาติที่ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไร ปรุงแต่ง นั้น มี อยู่
ถ้า ไม่มี ธรรมชาติที่ ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรปรุงแต่ ความเป็นไปของธรรมชาติที่เกิดที่เป็น
ที่มีอะไรปรุ งแต่ง ก็จะปรากฏไม่ได้ เ พราะเหตุที่ มี ธรรมชาติ ที่ ไม่มีจุดเกิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่ง
ความเป็นไป ของธรรมชาติ ที่ เกิด ที่เป็น ที่มี ใครทำ ที่อะไร ปรุงแต่ง จึงเกิดขึ้นได้”

(อิตติวุตตก กัณฑ์ ที่ 1825/275 ว่าด้วยเรื่อง ธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด
ไม่ถูกปรุงแต่ง มีอยู่ - จากพระไตรปิฎก ฉบับ ประชาชน หน้า 55)

คำสอน ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ
กล่าวไว้ใน หนังสือ ชื่อ “ปัญหาเกี่ยวกับ พระผู้เป็นเจ้า กรรม อนัตตา” สำนักพิมพ์ อรุณวิทยา หน้า 118-122 ว่า

“สิ่งที่น่า จะเห็นว่า เป็นตัวตนที่สุด ก็คือ สิ่งที่ไม่เป็น มายา เกิด มีอยู่เองโดยไม่ต้อง มีอะไร แต่ง ไม่มีอะไรเข้าไปแตะต้อง
หรือทำอะไรแก่สิ่งนั้นได้ซึ่งเรียกตามภาษาธรรมะ ว่า อสังขตธรรม ตรงข้ามกับสิ่งที่เรียกว่าสังขตธรรม อย่างหลังนี้ เป็น
สิ่งที่ มีสิ่งอื่นปรุง หรือ ก่อรูป ขึ้นมา และต้องตั้งอาศัย อยู่บนสิ่งอื่น มันเป็น เพียงมายา หรือชั่วคราว ได้แก่ โลก
หรือโลกิยธรรม ทั้งหลาย ทั้งฝ่ายกาย และฝ่ายจิต สำหรับ อสัขตธรรม หรือกล่าวโดย เจาะจง ได้แก่สภาพแห่ง สัจธรรม
หรือ นิพพาน นั้นชวนให้คิดเห็นว่า เป็นอัตตา หรือ ตัวตนที่สุด เพราะมันเป็นตัวของมันเอง ปรากฏโดยไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ถึงกระนั้น สิ่งนั้นก็ มิตัวมันหรือ ตัวใคร ทั้งที่ปรากฏอยู่อย่างมิใช่ มายา เหมือนสิ่งอื่น และทั้งเป็นสิ่งที่ใครๆ ไม่ควร สำคัญ
หรือยึด ถือ ว่า เป็นตัวของมัน หรือ ของใครด้วย สังขตธรรม เป็น สิ่งที่ทีปรากฏการณ์ ปรากฏ ให้เราสัมผัสได้ ไม่ทางตาก็ทางหู
จมูก ลิ้นกาย ใจ อยู่ ใน วิสัยที่เรา จะติดต่อ หรือ ศึกษา มันได้ด้วยวิธีทางฝ่าย วัตถุวิทยา หรือ Physics ธรรม หรือ สิ่งที่ ประเภทนั้น
เป็นมายาทั้งสิ้น คือ ประกอบด้วย สิ่งทั้งหลาย มารวมกัน ตกอยู่ภายใต้อำนาจ ของกาลเวลา มีรูปร่าง และขนาด ซึ่งล้วนแต่จะต้อง
เปลี่ยนแปลงไปไม่รู้หยุด เรารวมเรียกว่า สังขตธรรม หรือ เทียบให้ กับสิ่งที่มีปรากฏ การณ์ทั้งหลาย (Phenomenon)
อสังขตธรรม นั้น ตรงกันข้ามทุกประการ ไม่มีปรากฏการณ์ ทาง ฝ่ายวัตถุ หรือแม้แต่ทางใจก็เพียงสัมผัส ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งมันขึ้น
ไม่อยู่ ภายใต้อำนาจของกาลเวลา ไม่มีรูปร่าง และขนาด โดยประการใดเลย วัดไม่ได้ คำนวณไม่ได้ ด้วยหลักแห่งสิ่งที่ปรากฏการณ์
จะรู้มันได้ ก็ แต่การ อนุมาน (Inference) ตามหลักแห่งเหตุผล มีปัญญาอันประกอบด้วย เหตุผลเป็นอายาตนะ สำหรับการ ติดต่อ
อสังขตธรรม เป็นสิ่งที่อธิบายยาก ในที่นี้ กล่าวแต่เพียง ว่า มันไม่มีปรากฏการณ์ ตรงกันข้ามกับ สังขตธรรม ทุกอย่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ มันเปลี่ยนแปลง และไม่ตาย ไม่รู้จักตาย ไม่ต้องมีการเกิด หรือ การทรงตัว มันก็ยังมีอยู่ได้ ทังยังเป็นการ
ทีอยู่ที่มั่นคง และมิใช่มายา สิ่งที่มีลักษณะที่ว่านี้ เรารวมเรียกว่า อสังขตธรรม หรือ ตรงกับสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ

-----------------------------------------------------------------------------

ที่มา http://www.religionoftruth.fcpages.com

   
คัดสรรมาฝากโดย EZ Staff
วันที่ 16/03/2547 เวลา 12:54:00
เข้าชมบทความนี้แล้ว 1850 ครั้ง ได้รับการโหวต 50 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1850 คน ตอบ 11 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 3/5/2552 21:59:35
โดย คุณ ฝน
IP : 124.122.248.***
 

ธรรมะคือการให้

โพสต์เมื่อ : 3/5/2552 21:59:35
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 31/3/2551 11:17:08
โดย คุณ THAI
IP : 61.19.220.***
 

BHUDDHA IS NOT THE GOD BHUDDHA RELIGION NO HAVE THE GOD

โพสต์เมื่อ : 31/3/2551 11:17:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 1/10/2548 5:09:00
โดย คุณ ผู้นำสาร
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ทางเข้าใหม่ ของ เวป http://www.religionoftruth.th.gs



โพสต์เมื่อ : 1/10/2548 5:09:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 16/8/2548 14:42:00
โดย คุณ พรรควิเคราะห์วิจารณ์
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

คุณเคยคิดไหมว่าสักวันหนึ่ง  คุณจะต้องตายและตกนรกหมกไหม้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์  เพราะว่าคุณเองก็ไม่สามารถที่จะทำดีได้เลยแม้แต่นิด  ยกตัวอย่างง่ายๆเมื่อกี้คุณอาจช่วยครูถือกระเป๋า  แต่เมื่อคุณหิว  แน่นอนคุณก็ย่อมต้องกินอาหารที่เป็นเนื้ออยู่แล้ว  ตามหลักแล้วความดีที่คุณทำมาชั่วชีวิตก็ได้หมดความหมายลงทันที  เพราะคุณเชื่อว่าคุณจะรอดเพราะการทำความดีของคุณเองตามศีล 5 คุณแน่ใจได้เลยว่าคุณลงนรกแน่นอน และจินตนาการเอาเองว่ามันทรมานแค่ไหน...จำไว้ว่าคุณไม่สามารถยกตัวคุณเองที่อยู่ในตะกร้าให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นได้   



โพสต์เมื่อ : 16/8/2548 14:42:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 15/8/2548 17:50:00
โดย คุณ nubitset@hotmail.com
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ต้องออกบวชแล้วธุดงไปจึงจะรู้ถึงสัจธรรม แต่ว่าไม่ใช้เราจะธุดงก่อนเลย เราต้องศึกษาธรรมมะให้อย่างเข้าใจและถ่องแท้จากนั้น เราก็ออกธุดงไปเพื่อไปค้นหาสัจธรรม อย่างพระสงฆ์หลายๆท่านในอดีตยกตัวอย่างทางเหนือบ้านผมคือครูบาศรีวิชัย



โพสต์เมื่อ : 15/8/2548 17:50:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 29/7/2548 1:23:00
โดย คุณ kk
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

แนะนำ web ธรรมะ ดีๆครับ
1. http://www.geocities.com/watpratat รับรองได้ความรู้เพียบ
+ ได้ Download โปรแกรมธรรมะมากมาย + ได้อ่านพระไตรปิฎกทุกเล่ม + ขอรับ CD ธรรมะต่างๆเพียบ
2. http://www.kanlayanatam.com
3. http://dhamma.atspace.com/life_compass.htm
4. http://dhamma.atspace.com/jorjai1.htm

โพสต์เมื่อ : 29/7/2548 1:23:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 4/7/2548 14:06:00
โดย คุณ หหหหหห
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ธรรมะไม่ใช่ธรรมชาติโง่นิ



โพสต์เมื่อ : 4/7/2548 14:06:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 12/3/2548 10:18:00
โดย คุณ ีdang
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

หนังสือพระพุทธศาสนาบางเล่มหาซื้อไม่ได้ต้องทำอย่างไรบ้างครับ



โพสต์เมื่อ : 12/3/2548 10:18:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 11/3/2548 22:20:00
โดย คุณ johman@thaimail.com
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

คำสอนของพุธเรานั้นดีกว่าใครเขานะ  ถ้าคนในประเทศไทยเราปฏิบัติตามได้ก็คงดี

โพสต์เมื่อ : 11/3/2548 22:20:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 19/2/2548 20:36:00
โดย คุณ นาคพงษ์
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

พระพุทธเจ้ามิใช่พระผู้เป็นเจ้า  พระพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าของผมนี่แหล่ะ  ส่วยพระผู้เป็ฯเจ้านั่นเขาคิดว่าเป็นพระเจ้าของชีวิต พระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น    เพิ่งรู้ว่าคนมั่วก็มักจะตอบอะไรที่มั่ว ๆ อย่างคุณ  คำสอนก็มุ่งไปสู่ชั้นโลกุตตรธรรมถือว่า  ยกระดับจิตให้สูงขึ้นไป ฯลฯ 



โพสต์เมื่อ : 19/2/2548 20:36:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 23/12/2547 12:23:00
โดย คุณ ตาตู้
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ผมอยากให้มีแปลภาษาบาลีที่เป็นบทสวดต่างๆที่พระสงฆ์ไปสวดในงานมงคล เช่น

- งานสวดศพถ้าเป็นไปได้น่าจะมีคนนำคำแปลบทสวดต่างๆมาเป็นของที่ระลึก

-งานทำบุญบ้านก็น่าจะนำบทแปลคำสวดต่างๆไปฝากเจ้าของบ้านด้วย

และอื่นๆ

ถ้าพระสงฆ์ตั้งใจจะเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าจริงๆไม่ไช่นั่งแต่จะให้ญาติโยมมานิมนต์ไปสวดแล้วได้ตังอย่างเดียวครับ



โพสต์เมื่อ : 23/12/2547 12:23:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1850 คน ตอบ 11 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด