ภูมิศาสตร์สำหรับ O-NET, A-NET

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

ภูมิศาสตร์สำหรับ O-NET, A-NET

อ.ชัชวาล จิรพงศ์สิทธิ์

NISIT Academy

เราอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงจำเป็นต้องเรียนวิชาภูมิศาสตร์ บางคนอาจจะเห็นว่าเป็นวิชาที่ท่องจำว่าประเทศใดอยู่ที่ใด หรือ ประเทศต่างๆ มีเมืองหลวงอะไรบ้าง ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย ไม่จำเป็นต้องรู้ ไม่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันแม้แต่นิดเดียว แต่จริงๆ แล้วเราใช้ภูมิศาสตร์ในชีวิตประจำวันแทบตลอดเวลาเพียงแต่ว่าเราไม่รู้สึกตัวเท่านั้นเอง

เราอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงจำเป็นต้องเรียนวิชาภูมิศาสตร์ บางคนอาจจะเห็นว่าเป็นวิชาที่ท่องจำว่าประเทศใดอยู่ที่ใด หรือ ประเทศต่างๆ มีเมืองหลวงอะไรบ้าง ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย ไม่จำเป็นต้องรู้ ไม่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันแม้แต่นิดเดียว แต่จริงๆ แล้วเราใช้ภูมิศาสตร์ในชีวิตประจำวันแทบตลอดเวลาเพียงแต่ว่าเราไม่รู้สึกตัวเท่านั้นเอง

ภูมิศาสตร์ คือ อะไร ( What is Geography?)

ภูมิศาสตร์มาจากคำว่า Geo + Graphic (Geo = โลก, Graphic = รูปภาพ) วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับภาพของโลก ภาพของโลกในที่นี้คือ ทุกๆ ส่วนของโลก ก็คือพื้นดิน พื้นน้ำ อากาศ รวมทั้งใต้ดิน หรือทุกๆ สิ่งที่อยู่ล้อมรอบตัวเราทั้งหมดทั้งสามมิติ เรียกง่ายๆ ได้ว่า พื้นที่ (Spatial) นั้นเอง และสิ่งต่างๆ ที่อยู่ล้อมรอบตัวเรานั้นล้วนมีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์

รู้ภูมิศาสตร์แล้วได้อะไร ( What’s important of Geography?)

เมื่อเรารู้แล้วว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่ล้อมรอบตัวเรานั้นมีผลต่อชีวิตประจำวัน ทำให้เราจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ต่อจากนี้จะขอยกตัวอย่างโดยให้เห็นภาพง่ายๆ เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

มนุษย์ในสมัยโบราณศึกษาภูมิศาสตร์จากการสังเกตความเป็นไปต่างๆ รอบตัว ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไร ตกลงเมื่อไร อากาศจะหนาวเย็นเมื่อไร รู้จักหาสิ่งมาปกคลุมร่างกายเพื่อความอบอุ่น ทดสอบว่าพืชใดทานได้ พืชใดมีพิษ การตั้งถิ่นฐาน ทั้งนี้การสังเกตนั้นก็เพื่อการอยู่รอด

ต่อมาเมื่อมีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มตั้งถิ่นฐานเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มรู้จักหาทำเลที่ตั้งที่เหมาะต่อการอาศัยอยู่ เช่น คนไทยเลือกตั้งถิ่นฐานใกล้กับแหล่งน้ำเพื่อการทำการเกษตรกรรม และใช้ในการคมนาคม เดินทางไปที่ต่างๆ และวัฒนธรรมการสร้างถิ่นฐานนั้นก็เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น คนไทยสร้างบ้านทรงไทยซึ่งมีหลังคาหน้าจั่ว ยกใต้ถุนสูง มีช่องลมมากมายจุดประสงค์แท้จริงแล้ว เป็นเพราะเมืองไทยอยู่ในเขตร้อนฝนตกชุก ต้องสร้างหลังคาที่สามารถระบายน้ำได้เร็ว ยกใต้ถุนสูงเพื่อไม่ให้น้ำท่วมเสียหาย มีช่องลมก็เพื่อให้ลมถ่ายเทได้สะดวก ส่วนคนในเขตหนาว ได้แก่ ชาวยุโรปมักสร้างบ้านที่มีขนาดเล็ก ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่ แต่เพราะว่าการสร้างบ้านขนาดเล็กทำให้ประหยัดพลังงานในการทำความร้อน

                                           

ในเรื่องสามก๊ก ขงเบ้งเข้าใจธรรมชาติแวดล้อมรู้จักใช้ที่ตั้งทัพที่เหมาะสมและเลือกจุดยุทธศาสตร์ และเข้าใจสภาพภูมิอากาศทำให้สามารถรบชนะได้อย่างง่ายดาย

                                        

ในด้านการบรรเทาสาธารณภัย เราอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับเราแต่ในความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆ เพราะเป็นภัยที่เราค้องประสบอยู่ เช่น น้ำท่วม, แผ่นดินถล่ม, สึนามิ, แผ่นดินไหว, พื้นที่เสี่ยงอาชญากรรม เป็นต้น แต่ในเรื่องนี้สวนมากเป็นการจัดการในเรื่องนโยบาย เราจึงไม่ทราบว่ามีอยู่ เช่น การบรรเทาน้ำท่วมโดยสำนักงานกรุงเทพมหานครใช้ระบบดาวเทียมในการวิเคราะห์พื้นที่ว่าพื้นที่ใดมีน้าท่วมขังในปริมาณเท่าใด ควรจะเปิดประตูน้ำที่ประตูใดในปริมาณเท่าใด เป็นต้น

ในด้านการสำรวจแหล่งแร่ทรัพยากรธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งแนวทางในการวางท่อส่งจ่ายก๊าซให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และได้รับผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด หรือ แม้กระทั่งสนามบินสุวรรณภูมิ มีการศึกษาปัจจัยต่างๆ ทางพื้นที่เพื่อให้ได้รับผลกระทบในด้านพื้นที่น้อยที่สุด และเป็นจุดที่เป็นศูนย์กลางของ Southeast Asia มากที่สุด

                                                                   

                                                                   

เราลองมาดูตัวอย่างที่ใกล้ตัวกันบ้าง เราอาจจะเคยบ่นกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนในกรุงเทพมหานครบ่อยครั้งที่ฝนตกในตอนกลางวัน ในเวลาที่อากาศร้อนมากๆ แล้วก็ตกในระยะ เวลาสั้นๆ หรือเราอาจจะเคยได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเกี่ยวกับวันที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย แต่ในวันนั้นเกิดฝนตกขึ้น หรือเราเห็นฝนตกเป็นหย่อมๆ เหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ประเทศไทยอยู่ในเขตอากาศแบบร้อนชื้น อากาศร้อนอบอ้าว เมื่ออากาศร้อนทำให้อากาศลอยตัวสูงขึ้น น้ำสามารถระเหยเป็นไอได้มาก เมื่อที่ใดไอน้ำสามารถถึงจุดกลั่นตัวได้ก่อนก็จะกลั่นตัวตกลงมาเป็นฝน การเกิดฝนแบบนี้เรียกว่า ฝนพาความร้อน ( Convection Rain) ใครไม่เคยติเตียนเกี่ยวกับเรื่องพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาบ้าง ว่าพยากรณ์ผิดพลาด ไม่ตรงตามความเป็นจริง ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพอากาศของประเทศไทยว่าอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น จึงเกิดฝนแบบพาความร้อนมาก จึงไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าฝนจะตกที่บริเวณใด

ภูมิศาสตร์ใกล้ตัวขึ้นมากอีกหน่อย คือ การใช้แผนที่ ทั้งแผนที่ Digital รูปแบบของ Google Earth ที่อยู่บน Internet หรือจะเป็นแผนที่กระดาษก็เป็นรูปแบบหนึ่งของภูมิศาสตร์ที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันได้ทั่วไป

                                                              

เหตุการณ์ที่ใกล้ตัวกว่านั้น ร้านอาหาร Fast Food ต่างๆ ที่มีบริการส่งอาหารนอกสถานที่ แถมยังมีการรับประกันในเรื่องเวลา ว่าจะส่งได้ทันภายในสามสิบนาที หรือแม้กระทั่งบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่มีการรับประกันว่าจะถึงที่เกิดเหตุภายในสามสิบนาที เป็นต้น บริษัทเหล่านี้มีการศึกษาปัจจัยต่างๆ เกี่ยวกับพื้นที่ว่าพื้นที่ใดมีการจราจรที่คล่องตัว คำนวณเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเดินทาง รวมทั้งคำนวณเป็นนาทีในแต่ละแยกที่ต้องผ่านในเส้นทางนั้นๆ จึงสามารถมั่นใจได้ว่า สามารถส่งอาหารได้ทันเวลา

หรือในแง่การลงทุน เปิดร้านต่างๆ หากเราคิดจะเปิดร้านทำธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเรามองในแง่ปริมาณลูกค้าหรือพื้นที่นั้นเหมาะต่อการทำการค้าหรือไม่ ในแง่ของบริษัทใหญ่ๆ ใช้โปรแกรมคำนวณหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งร้านสาขาใหม่ ในพื้นที่ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในด้านอายุ เพศและความหนาแน่นประชากร รวมทั้งราคาของพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดด้วย หากเราสังเกตถึงร้านค้าจำพวก Fast Food หรือ ห้างสรรพสินค้ามักจะอยู่บริเวณหัวมุมตึกหรือหัวมุมถนนเพียงเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และผู้คนสามารถมองเห็นได้ง่าย

เรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดในชีวิตประจำวันของเรา ก็คือการรับประทานอาหาร ซึ่งเราก็คงคาดไม่ถึงว่าภูมิศาสตร์เกี่ยวข้องอะไรกับการรับประทานอาหารของเราในชีวิตประจำวัน คำตอบก็คือ เราใช้คำที่เรียกว่า “ ภูมินาม” ในการเรียกของแทนสิ่งต่างๆ หรือ ของที่ขึ้นชื่อต่างๆ แทนที่จะเรียกอาหารชนิดนั้นๆ ลอยๆ เช่น หากเราต้องการซื้อส้ม เราก็คงซื้อส้มบางมด หรือ ส้มสายน้ำผึ้ง, ทุเรียนที่อร่อยก็ต้องเป็นทุเรียนนนทบุรี, ไก่ย่างวิเชียรบุรี, กะหรี่ปั๊บสระบุรี, หมูยออุบลฯ เป็นต้น แม้กระทั่งสินค้าขึ้นชื่อต่างๆ ก็ยังมีแหล่งที่ผลิตเป็นหลักและผู้คนให้ความนิยม คงไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่า ไม่เคยได้ยิน อุตสาหกรรมร่มบ่อสร้าง, รถม้าลำปาง, เครื่องปั้นดินเผาสังคโลก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก จนเราลืมนึกถึงว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั้งสิ้น ทำให้เรานึกถึงพื้นที่นั้นๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

การเข้าใจเกี่ยวกับภูมิศาสตร์นั้นทำให้เราสามารถเข้าใจธรรมชาติอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น เช่น เรื่องเกี่ยวกับการพยากรณ์ทำนายดวงชะตาที่เกี่ยวกับวันที่เกิด เดือนเกิด ปีเกิด เวลาเกิด เคยมีบางคนสงสัยว่าจะแม่น ดังตามคำนายหรือไม่ หากมีการทำนายตามวันที่เกิด และเวลาเกิด คำตอบก็คืออาจจะตรงจริงเพราะเป็นการศึกษาเวลาจากดวงดาวที่โคจรผ่าน ณ เวลานั้นๆ หากเราทราบเวลาเกิดที่แท้จริงว่าเราเกิด ณ เวลาเท่าไร หมายความว่า ปัจจุบันนี้เรานับวันเวลาตามเส้น Longitude ที่ 105 องศาซึ่งพาดผ่านบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี (15 องศาเท่ากับ 1 ชั่วโมง) แต่กรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณเส้น Longitude ที่ 100 องศา 30 ลิปดา ดังนั้นเวลาเกิดจริงๆ นั้นไม่ได้ตรงตามที่เราคิด ดวงดาวอาจคลาดเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่แท้จริง (โปรดใช้วิจารณญาณ)

                                                 

หรือเมื่อเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับภูมิศาสตร์แล้ว เรื่องความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องหินศักดิ์สิทธิ์ เช่น แท่งหินที่เป็นรูปหกเหลี่ยม ที่เชื่อกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทานปรัมปรา หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานที่เชื่อว่ามีคนมาสร้างไว้ เรื่องเหล่านี้จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง การที่เกิดแท่งหินหกเหลี่ยมนั้นเกิดจาก การเย็นตัวของลาวาใต้เปลือกโลกแล้วตกผลึก และเมื่อสิ่งที่ปกคลุมมันอยู่ผุสลายไปจึงทำให้เห็น แท่งรูปหกเลี่ยมเรียงต่อกัน คล้ายเสาหิน หรือที่เรียกกันว่า (Columnar Joint) หรือ เรื่องเกี่ยวกับหินงอกหินย้อยที่ลงมาเป็นรูปร่าง รูปทรงต่างๆ คล้ายรูปสัตว์บ้าง, พระพุทธรูปบ้าง หรือ คล้ายรูปคนบ้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดได้จากการกระทำของน้ำฝนที่ไหลกัดเซาะหินปูนที่สามารถทำปฏิกิริยาได้ดีกับน้ำที่เป็นกรดอ่อนๆ อย่างน้ำฝน แล้วออกมาเป็นทรวดทรงต่างๆ ไม่ได้เกิดจากอภินิหารแต่อย่างใด หรือแม้ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำที่ผุดขึ้นมาบนผิวดิน โดยส่วนมากเรามักจะเห็นน้ำตก มากกว่าน้ำที่ผุดขึ้นมา น้ำผุดเหล่านี้ส่วนมากเกิดกับสภาพพื้นที่ที่เป็นหินปูนมีทางระบายน้ำใต้ดินมากมาย เมื่อน้ำใต้ดินมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ก็อาจจะมีบางที่ที่เกิดน้ำผุดขึ้นมา

ตัวอย่างอีกเรื่องเกี่ยวกับการรุกล้ำธรรมชาติ เช่น เราตัดไม้ทำลายป่ามาก โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินถล่ม หรือ น้ำท่วมก็มีมาก หรือ ฝนแล้ง ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีต้นไม้คอยยึดเกาะหน้าดินไว้เมื่อน้ำไหลบ่าลงมา ภูเขาไม่มีต้นไม้ก็สามารถเปรียบเทียบได้กับ หัวที่ไม่มีผม เมื่อน้ำไหลลงมาก็จะไม่มีสิ่งค่อยดูดซับไว้น้ำก็จะท่วม และเมื่อไม่มีต้นไม้คอยยึดเกาะละอองน้ำ ฝนก็จะไม่ตกที่บริเวณภูเขาเพราะภูเขาไม่มีความชุ่มชื้นอยู่ เมื่อฝนไม่ตกก็ขาดน้ำความแห้งแล้งก็จะเกิดตามมา เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ ในการทำร้ายธรรมชาติ

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือลักษณะทางภูมิศาสตร์บางประการที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่บางอย่างเราไม่รู้ และไม่เข้าใจเรื่องราวที่แท้จริงว่าจริงๆ แล้ว สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร จึงไม่สามารถนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้มากเท่าที่ควร ดังนั้นการเข้าใจภูมิศาสตร์อย่างถูกต้องนั้นจะทำให้เราทราบถึงแหล่งที่มา และวิธีการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ในแต่ท้องที่อย่างเข้าใจโดยไม่ส่งผลใดๆ ที่กระะทบกระเทือนต่อธรรมชาติ เมื่อเราไม่ทำร้ายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะไม่ทำร้ายเรา บางครั้งอาจจะดูเหมือนว่า ธรรมชาติทำร้ายมนุษย์หรือกลั่นแกล้งสัตว์โลกต่างๆ แต่แท้จริงแล้ว ธรรมชาติทำหน้าที่เพียงแต่ปรับให้ทุกอย่างอยู่ในสมดุล หากที่ใดไม่สมดุลที่ตรงนั้นไม่นานก็จะเกิดอันตรายหรือภัยพิบัติตามมา

สำหรับน้องๆ ที่มีปัญหาหรือข้อสงสัย และต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์ หรือวิชาสังคมศึกษา สามารถสอบถามพี่ๆ คณาจารย์สาขาวิชาสังคมศึกษาได้ที่ NISIT Academy โทร. 0 2884 9898 หรือ www.nisit.orgwww.nisit.org

                                                                                                                                        อ.ชัชวาล จิรพงศ์สิทธิ์

                                                                                                                                                NISIT Academy

สำหรับน้องๆ ที่มีปัญหาหรือข้อสงสัย และต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์ หรือวิชาสังคมศึกษา สามารถสอบถามพี่ๆ คณาจารย์สาขาวิชาสังคมศึกษาได้ที่ NISIT Academy โทร. 0 2884 9898 หรือ www.nisit.orgwww.nisit.org

                                                                                                                                        อ.ชัชวาล จิรพงศ์สิทธิ์

                                                                                                                                                NISIT Academy

   
คัดสรรมาฝากโดย Guest ( ) บทความทั้งหมดของคุณ Guest
วันที่ 28/01/2549 เวลา 22:11:59
เข้าชมบทความนี้แล้ว 3998 ครั้ง ได้รับการโหวต 51 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 3998 คน ตอบ 7 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 17/5/2550 16:58:02
โดย คุณ อยากรู้
IP : 58.136.144.***
 

อยากรู้ว่าภูมิศาสตร์มีกี่ปรัเภทอะไรบ้าง


โพสต์เมื่อ : 17/5/2550 16:58:02
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 18/4/2549 16:44:13
โดย คุณ ahcahc
IP : 210.86.142.***
 

รักคนสอน ครับ

โพสต์เมื่อ : 18/4/2549 16:44:13
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 30/1/2549 9:27:16
โดย คุณ dse
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ขอบคุณคะ

โพสต์เมื่อ : 30/1/2549 9:27:16
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 30/1/2549 9:26:45
โดย คุณ โจ้
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ขอบคุณครับ

โพสต์เมื่อ : 30/1/2549 9:26:45
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 30/1/2549 9:25:50
โดย คุณ sar
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

ขอบคุณมากคะ ที่ทำให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น จะได้ไม่ต้องมานั่งท่องจำอีก

โพสต์เมื่อ : 30/1/2549 9:25:50
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 30/1/2549 9:24:51
โดย คุณ sd[
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

เยี่ยมมากคะ

โพสต์เมื่อ : 30/1/2549 9:24:51
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 0
วันที่ 30/1/2549 9:23:39
โดย คุณ ส้มเปรี้ยว
IP : xxx.xxx.xxx.xxx  

อือ เข้าใจแล้วคะ ขอบคุณมากนะคะ

โพสต์เมื่อ : 30/1/2549 9:23:39
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 3998 คน ตอบ 7 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด