ประวัติศาสตร์พระราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช แห่งอาณาจักรนครศรีธรรมราช

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

ราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช น่าจะเป็น "ศรีธรรมาโศกราช" เพราะเป็นคำสนธิระหว่างคำว่า ธรรม + อโศก (เท่ากับ ธรรมาโศก)แต่ในเอกสารบางฉบับ สระ "อา" หายไป เหลือเพียง "ศรีธรรมโศก"

ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช มีที่มาจากกษัตริย์ผู้สถาปนา อาณาจักรนครศรีธรรมราช (จังหวัดนครศรีธรรมราช) คือพระเจ้าศรีธรรมโศกราช จากหลักฐานที่พบจดบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณในหอสมุดแห่งชาติ มีชาวนครศรีธรรมราชท่านหนึ่งซึ่งสนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ได้ค้นคว้าพบดวงชะตาเมืองนครศรีธรรมราช สถาปนาขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี แรม 12 ค่ำ เดือน 3 ปีเถาะ จุลศักราช 649 ตรงกับพ.ศ. 1830 ซึ่งเป็นการสถาปนาหลังจากอาณาจักรศรีวิชัยได้ล่มสลายไปแล้ว เนื่องจากอาณาจักรศรีวิชัย มีอายุ อยู่ในช่วง พ.ศ. 1000- 1800

พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ทรงมีพระอนุชา 3 พระองค์ องค์รองชื่อ จันทรภาณุ ซึ่งเป็นพระนามฐานันดรตำแหน่งอุปราช องค์สุดท้ายทรงพระนามว่า พงษาสุระ เมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเชษฐาสวรรคต องค์รองพระเจ้าจันทรภาณุขึ้นเสวยราชย์ ราชแทน เป็นที่น่าสังเกตุว่า หลังจากกษัตริย์แห่งอาณาจักรนครศรีธรรมราช พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ กษัตริย์พระองค์ต่อมาก็เป็นพระเจ้าศรีธรรมราชโศกราชแทน ดังเช่นเมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์พี่สิ้นพระชนม์ พระเจ้าจันทรภาณุ ก็ได้รับพระนามว่าพระเจ้าศรีธรรมราชโศกราช เช่นกัน แต่คนทั่วไป ก็มักจะเรียกจนติดปากว่า พระเจ้าจันทรภาณุ หรือในอีกชื่อหนึ่งของพระองค์คือ จตุคามรามเทพ

"ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช" เป็นราชวงศ์หนึ่ง ของไทยที่เคยมีอำนาจปกครอง อาณาจักรนครศรีธรรมราช ซึ่งปกครองเมืองต่างๆ ทางภาคใต้ของไทย จำนวน 12 เมือง เรียกว่าเมืองสิบสองนักษัตร เมื่อสมัยสุโขทัยเรืองอำนาจ ของอาณาจักรไทยทางภาคเหนือและภาคกลาง อาณาจักรนครศรีธรรมราช เองก็มีอำนาจรุ่งเรืองในภาคใต้ อาณาจักรนครศรีธรรมราชเป็นมิตรที่ดีต่ออาณาจักรสุโขทัย มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา มีส่งพระสงฆ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา

 

     ยังไม่ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า อาณาจักรนครศรีธรรมราชยอมเข้ารวมเป็นส่วนหนึ่ง ของประเทศไทยในปัจจุบัน ตั้งแต่ในสมัยใด แต่จากการสัญนิฐานคาดว่า อาณาจักรนครศรีธรรมราช ยอมเข้ามาเป็นประเทศราชของอาณาจักรไทยในสมัยอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาในประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ที่ปรากฏในหลักฐานที่เด่นชัดที่สุดคือในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชพระองค์มีพระมเหสี 4 พระองค์ หนึ่งในนั้นคือพระมเหสีจากราชวงศ์ศรีธรรมาโศก ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่นิยมปฏิบัติในสมัยโบราณ ที่จะให้อาณาจักรของตน มีความสัมพันธ์กับกับอีกราชอาณาจักรหนึ่ง เพื่อเป็นมิตรกันจะได้เกื้อหนุน ช่วยเหลือกัน

   
คัดสรรมาฝากโดย Tambralinga (Narongchai Chairaksa) บทความทั้งหมดของคุณ Tambralinga
วันที่ 09/08/2550 เวลา 16:21:16
เข้าชมบทความนี้แล้ว 5237 ครั้ง ได้รับการโหวต 22 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5237 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 5/9/2550 4:41:40
โดย คุณ คนอ่านประวัติศาสตร์
IP : 202.28.68.***
 

อาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นอาณาจักรโบราณที่ได้เปลี่ยนชื่อมาจากอาณาจักรตามพรลิงค์เดิม เหตุจากเปลี่ยนราชวงศ์ และกษัตริย์ทรงนับถือและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวด จึงเป็นคำว่า ตามพรลิงค์ ซึ่งมีความหมายทางศาสนาพราหมณ์ มาเป็น นครศรีธรรมราช โดยสถาปนาเมืองหลวงแห่งใหม่ว่า นครศรีธรรมราชมหานคร ตั้งอยู่ห่าง

โพสต์เมื่อ : 5/9/2550 4:41:40
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 29/8/2550 13:21:37
โดย คุณ ไม่มีคับ
IP : 202.129.44.***
 



โพสต์เมื่อ : 29/8/2550 13:21:37
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 22/8/2550 17:13:39
โดย คุณ น่ารักจัง
IP : 203.113.32.***
 

ว้า ไม่มีจุดกำเนิดพระพุทธศาสนาหรอคะ

โพสต์เมื่อ : 22/8/2550 17:13:39
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 14/8/2550 3:19:26
โดย คุณ ชิน
IP : 58.137.17.***
 

พระเจ้าศรีธรรมโศกราช กับ พระเจ้าอโศกมหาราช
เป็นพระมหากษัตริย์ คนละยุคกัน ในเนื้อหาเข้าใจว่า ต้องสื่อให้เห็นว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช แห่งแคว้นตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) ได้รับการยกย่องพระนามให้สูงเทียบเท่ากับพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย เนื่องจากเป็นกษัตริย์นักรบ นักปกครอง และทำนุบำรุงพระศาสน

โพสต์เมื่อ : 14/8/2550 3:19:26
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 13/8/2550 11:34:15
โดย คุณ น่ารัก
IP : 203.113.32.***
 

ทำไมไม่เห็นบอกประวัติของพระเจ้าอโศก

โพสต์เมื่อ : 13/8/2550 11:34:15
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 9/8/2550 16:24:11
โดย คุณ Tambralinga
IP : 202.28.23.***
 

*** พระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช ***

เมื่อประมาณ พ.ศ. 1700 – 1800 เมืองนครศรีธรรมราช มีกษัตริย์สามพี่น้องพระเชษฐาที่ทรงครองราชทรงพระนามว่า “พระศรีธรรมโศกราช” องค์รองชื่อ “จันทรภาณุ” ซึ่งเป็นพระนามฐานันดรตำแหน่งอุปราช องค์สุดท้ายทรงพระนามว่า “พงษาสุระ”

เมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราชเชษฐาสวรรคต องค์รองจันทรภาณุขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าศรีธรรมราชโศกราชแทน (แต่คนทั่วไปและตำนานมักจะเรียกว่า “พระเจ้าจันทรภาณุ”) ครั้งพระเจ้าศรีธรรมโศกราชองค์ที่ 2 สวรรคต พงษาสุระ ก็ขึ้นครองราชย์แทน ทรงพระนามว่า “พระเจ้าศรีธรรมโศกราช” เช่นเดียวกัน

ในช่วงกษัตริย์สามพี่น้อง นครศรีธรรมราชมีความเจริญรุ่งเรืองมากถึงขีดสุดทั้งทางอาณาจักรและ ศาสนจักร ในสมัยพระศรีธรรมโศกราชองค์ที่ 2 (พระเจ้าจันทรภาณุ) มีหลักฐานหลายแห่งทั้งของลังกาและอินเดียยืนยันว่า กษัตริย์พระองค์นี้ได้รวบรวมไพร่พลทั้งสิบสองเมือง ทรงยกกองทัพไปตีเมืองลังกาและได้เมืองไว้ในครอบครอง ตลอดแหลมมลายู เรียกว่า “เมืองสิบสองนักษัตร” ทางศาสนจักรพระศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ) ทรงเป็นศาสนูปถัมภกได้ทรงอุปถัมภ์บำรุงและบูรณะส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก โดยได้ทรงจัดส่งพระภิกษุสงฆ์ไทยไปศึกษาพระธรรมวินัยที่เมืองลังกา นิกายหินยาน เพราะในขณะนั้น พระพุทธศาสนานิกายหินยานซึ่งเจริญมากในลังกา พระสงฆ์ไทย พม่า มอญ ลาว และเขมร ได้ออกเดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนานิกายหินยานในเมืองลังกากันมาก เมื่อพระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชไปศึกษากลับมานครศรีธรรมราช ใน พ.ศ. 1700 ก็ชักชวนพระภิกษุชาวลังกามาตั้งคณะสงฆ์ที่เมืองนครศรีธรรมราช เรยกว่าพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ระยะนั้น ภิกษุชาวลังกาได้ร่วมมือช่วยเหลือพระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ) บูรณะเสริมสร้างให้เป็นไปตามแบบลังกา โดยก่อสถูปแบบลังกาครอบเจดีย์องค์เดิม แต่การบูรณะพระบรมธาตุในคราวนั้นก็ยังไม่บริบูรณ์แบบอย่างที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ ยังได้มีการบูรณะเสริมสร้างพระวิหารโบราณสถานต่าง ๆ ต่อเติมมาอีกหลายสมัยจนก่าจะบริบูรณ์แบบดังที่ปรากฏในปัจจุบันนี้

แต่อย่างไรก็ตามในสมัยพรเจ้าศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ)ได้มีการกำหนดในบริเวณรอบ ๆ องค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นเขตพุทธาวาสและมีการจัดระเบียบคณะสงฆ์เป็น 4 คณะ โดยยึดเอาแบบแผนจาก ที่รักษาพระบรมธาตุเจดีย์มาเป็นนัย คือ คณะกาแก้ว กาชาด การาม และกาเดิม สงฆ์หัวหน้าคณะ เทียบที่สังฆราชการปกครองสงฆ์เมืองนครศรีธรรมราช ได้ใช้ระเบียบเดียวกันนี้ติดต่อกันมาโดยตลอด (เมืองไชยาและเมืองพัทลุงก็รับเอาระเบียบเดียว กันนี้ไปใช้ด้วย) จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชาคณะกาแก้ว กาชาด การามและกาเดิม ของเมืองนครศรีธรรมราช จึงมีฐานานุกรมเป็นพระครู ในสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ) ได้มีการบูรณะวัดวาอารามและพระบรมธาตุอย่างจริงจัง บ้านเมืองสงบร่มเย็นมาก ประชาชนประกอบแต่กรรมดีมีศีลธรรม จึงทำให้ชาวเมืองใกล้เคียงเกิดศรัทธาในพระบรมธาตุเจดีย์ต่างก็เดินทางมุ่งหน้าทำบุญที่พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช มีการนำทรัพย์สินเงินทองมาถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชไม่ทัน เพราะบูรณะเสร็จเสียก่อน จึงผูกปริศนาอธิฐาน ฝังทรัพย์สินบูชาไว้ตามถ้ำตามเขา ริมน้ำ และสร้างวัดขึ้นในที่ต่าง ๆ โดยทั่วกัน

ด้วยเหตุที่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นที่รวมแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน บริเวณองค์พระบรมธาตุเจดีย์ (คือวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร) จึงเป็นที่รวมและเป็นจุดกำเนิดของประเพณีและพิธีกรรมของหลวง และของราษฎร์มาตั้งแต่โบราณและปฏิบัติสืบต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เช่น ประเพณีให้ทานไฟ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีแห่พระพุทธสิหิงค์ใน วันสงกรานต์ ประเพณีทำบุญในงานเดือนสิบ ประเพณีตักบาตรธูปเทียน ประเพณีลากพระ พระราชพิธีทำเงินตรานโม พระราชพิธีสวดอาฎานาขับไล่แม่มด พระราชพิธีจรดพระนังคัล พระราชพิธีโล้ชิงช้า เป็นต้น ซึ่งประเพณีและพระราชพิธีเหล่านี้สันนิษฐานว่า น่าจะมีจุดกำเนิด ในสมัยพระเจ้าสามพี่น้องเป็นต้นมา

ในสมัยสุโขทัยตอนต้นนั้น นครศรีธรรมราชเป็นอาณาจักรที่อิสระที่ทรงอิทธิพลมาก มีหลักฐาน ว่าพระเจ้าจันทรภาณุแห่งนครศรีธรรมราช ยกกองทัพข้ามทะเลไปตีเมืองลังกาถึงสองครั้ง และได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากลังกามาประดิษฐานในนครศรีธรรมราชด้วย

เมื่อเป็นไมตรีกับสุโขทัย นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่สำคัญต่อสุโขทัยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม กษัตริย์สุโขทัยได้อาราธนาพระสงฆ์และเชิญนักปราชญ์ ราชบัญฑิตจากนครศรรธรรมราช ไปเผยแพร่พุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ซึ่งนครศรีธรรมราชรับ มาจากลังกาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีในสุโขทัย ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชกระทำโอนทานแก่ มหาเถรสังฆราช ปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองนครศรีธรรมราชมา...”

นักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีหลายท่านจึงมีความเห็นว่า สุโขทัยรับศิลปวัฒนธรรม หลายด้านไปจากนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพุทธศาสนา และวัฒนธรรมจึงนับว่านครศรีธรรมราช มีอิทธิพลต่อสุโขทัยมาก และเจริญมาก่อนสุโขทัยเนื่องจากการอยู่ติดกับทะเล มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชนชาติต่างๆทำได้ง่าย ชาวลังกามาตั้งหลักเผยแพร่พุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ที่เมืองนครก่อน ชาวเมืองนครได้ไปศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาถึงลังกาแล้วบวชตามลัทธิลังกา ขากลับได้นิมนต์พระสงฆ์ชาวลังกามาเป็นจำนวนมาก เพื่อเผยแพร่ศาสนา เมื่อพระพุทธศาสนาแบบลังกา เจริญรุ่งเรืองมีชื่อเสียงดังไปถึงสุโขทัย จึงโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ชาวลังกา และนครศรีธรรมราชไปอบรมสั่งสอนเหตุการณ์ติดต่อเผยแพร่ทางพุทธศาสนานี้เองทำให้วัฒนธรรม ของหัวเมืองปักษ์ใต้และฝ่ายเหนือได้ใกล้ชิดกันแต่นั้นมา

[แก้] ผลงานของพระเจ้าจันทรภาณุ

  • ประกาศให้เมืองนครศรีธรรมราชเป็นอิสระ ซึ่งจากเดิมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ในการปกครองของอาณาจัรกศรีวิชัย ในปีพุทธศักราช 1773
  • พระองค์ได้ยกทัพไปเกาะลังการ 2 ครั้งเพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพในการรบ ซึ่งครั้งแรกยกไปในปี พุทธศักราช 1790 และครังที่สองยกทัพไประหว่าง พุทธศักราช 1801 ถึง 1803 ซึ่งในกาลศึกครั้งนี้พระองค์ถูกกองทัพของลังกา ล้อมตีจนแตกย่อยยับ และสิ้นพรชนชีพในสงคราม


โพสต์เมื่อ : 9/8/2550 16:24:11
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5237 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด