บทที่ 1 : สสารและการเปลี่ยนแปลง

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

บทที่ 1 : สสารและการเปลี่ยนแปลง

1. สารบริสุทธิ์    - สารละลายและการตรวจสอบ
    สารบริสุทธิ์    - สารเนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบอย่างเดียวกันหมด มีสมบัติต่าง ๆ เหมือนกัน
                          มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวคงที่
    สารละลาย     - ของผสมเนื้อเดียวกัน เกิดจากการผสมของสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป
                           ในอัตราส่วนต่าง ๆ กัน
การตรวจสอบความบริสุทธิ์ของสารบริสุทธิ์และสารละลาย - ขึ้นกับสถานะของสาร

ของเหลว : ตรวจสอบโดย
การระเหยจนแห้ง    - ถ้าเหลือกาก   เป็นสารละลายที่มีตัวถูกละลายเป็นของแข็ง
                               - ถ้าไม่เหลือกาก
   สรุปไม่ได้
    การหาจุดเดือด     - ถ้าช่วงการเดือดกว้าง ( > 2 o C )
เป็นสารละลาย
                               - ถ้าช่วงการเดือดแคบ
สรุปไม่ได้

หมายเหตุ สารผสมที่เรียก อะซีโทรป ( azeotrope ) ซึ่งมีส่วนผสมเหมาะสมค่าหนึ่งจะมีช่วงการเดือดแคบคล้ายกับสารบริสุทธิ์
   
ของแข็ง : ตรวจสอบโดยการหาจุดหลอมเหลว

              -     สารละลายหรือสารผสมจะมีจุดหลอมเหลวเป็นช้วงกว้าง เมื่อเทียบกับสารบริสุทธิ์

2. การแยกสารจากสารผสม การเลือกวิธีการแยกสารที่เหมาะสมนั้น จะขึ้นอยู่กับสารแต่ละชนิดที่ผสมกันว่า มีสถานะเป็นอย่างไร ซึ่งการพิจารณาเพื่อสรุปสถานะของสารนั้นพิจารณาได้จาก จุดหลอมเหลว และจุดเดือดของสาร ดังนี้ :
   
     ของแข็ง         มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าอุณหภูมิห้อง
    ของเหลว         มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง และจุดเดือดสูงกว่าอุณหภูมิห้อง

( สำหรับ แก๊ส มีทั้งจุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่ำกว่า อุณหภูมิห้องและจะมีค่าติดลบ )
ถ้าของผสมนั้นเกิดจากการผสมกันระหว่าง

* ของเหลว + ของแข็ง    - ใช้การกรอง
* ของเหลว + ของเหลว    - การเลือกวิธีแยกให้พิจารณาว่ามีความแตกต่างกันระหว่างจุดเดือดและ ค่าการละลายในตัวทำละลายต่าง ๆ อย่างใดแตกต่างมากกว่ากัน
   
ก.ถ้า จุดเดือด ต่างกันมากกว่า หรือมีข้อมูลเฉพาะจุดเดือดให้พิจารณาเลือกวิธีการกลั่น ซึ่งมิ 3 วิธีคือ
    - การกลั่นธรรมดา ใช้เมื่อสารแต่ละตัวมีจุดเดือดต่างกันมาก ยิ่งมากเท่าใด การแยกยิ่งดีเท่านั้น ถ้าจุดเดือดต่างกันมากกว่า 100 0 C ขึ้นไป จะกลั่นแยกออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์
    - การกลั่นลำดับส่วน ใช้เมื่อสารแต่ละตัวมีจุดเดือดต่างกันไม่มาก
     - การกลั่นด้วยไอน้ำ วิธีการแยกนี้อาจจะเรียกเป็น " การสกัดด้วยไอน้ำ " จะใช้เมื่อสารที่ต้องการกลั่นออกมามีจุดเดือดต่ำ ( < 100 0 C ) และไม่ละลายน้ำ นอกจากนั้นยังใช้วิธีนี้กับ การกลั่นแยกสารที่มีจุดเดือดสูงมากแต่สลายตัวได้เมื่ออุณหภูมิสูง ให้กลั่นตัวออกมา ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดปกติของสารนั้น
ข. ถ้า ค่าการละลาย แตกต่างกัน อาจจะใช้วิธี
ข.1 การสกัด ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ
-    การสกัดด้วยตัวทำละลาย ใช้เมื่อสารต่าง ๆ มีค่าการละลายต่างกัน
-    การสกัดด้วยสารละลาย การแยกจะเกิดขึ้นจากการเข้าทำปฎิกิริยากันระหว่างตัวถูกละลายในสารละลายทั้งสอง
ข. 2 การทำโครมาโทกราฟีกระดาษ เป็นวิธีการแยกที่อาศัยความแตกต่างในการละลายของสารในตัวทำละลาย และการดูดซับของสารบนแผ่นกระดาษโดยสามารถบอกชนิดของสารที่แยกออกมาได้โดยใช้ค่า R f เมื่อแยกด้วยระบบตัวทำละลายที่เหมือนกันทั้งองค์ประกอบและสัดส่วน โดยที่ค่า R f คำนวณได้จากความสัมพันธ์

pic1.gif (3744 bytes)

              
ค่า R f จะมีค่าเกิน 1.00 ไม่ได้

*ของแข็ง + ของแข็ง การแยกของแข็งออกจากกันอาจจะทำได้โดย
-     การหาตัวทำละลายที่เหมาะสม มาละลายแยกสารแต่ละชนิดออกไป
-    การตกผลึก เมื่อของแข็งที่ผสมกันนั้น มีค่าการละลายที่แตกต่างกันที่อุณหภูมิต่าง ๆ สารใดที่มีค่าการละลายเปลี่ยนไปมากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน สารเหล่านี้จะเกิดการตกผลึกได้ก่อน วิธีการตกผลึก จะทำโดยนำของแข็งผสมมาละลายในตัวทำละลายที่ร้อนแล้วค่อย ๆ ทำให้เย็นลงโดยการควบคุมอุณหภูมิให้ได้ตามที่ต้องการ
3.พลังงานกับการเปลี่ยนแปลงของสสาร
    การเปลี่ยนแปลงของสสารที่มีพลังงานต่าง ๆเกี่ยวข้องแยกพิจารณาได้ดังนี้
ก.     พลังงานกับการเปลี่ยนสถานะ

pic2.gif (3949 bytes)


หรือพิจารณาจากกราฟต่อไปนี้
                รูปกราฟ

pic3.gif (4202 bytes)


ข.พลังงานกับการละลาย
    โดยทั่วไปการละลายของสารเคมี จะเป็นแบบคายความร้อนหรือดูดความร้อนหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จะขึ้นอยู่กับค่าพลังงานเปรียบเทียบระหว่าง พลังงานที่ใช้ ( ดูด ) ในการแยกอนุภาคของตัวทำละลายออกจากัน (
D H 1 ) และการแยกอนุภาคของตัวถูกละลายออกจากกัน (D H 2 ) กับพลังงานที่ให้ ( คาย)ออกมาเมื่อตัวทำละลายและตัวถูกละลายผสมกัน (D H 3) โดยที่
        ถ้า (
DH 1 ) + ( DH2 )          > ( DH3 )      การละลายเป็นแบบดูดความร้อน
        (
DH1 ) + (D H2 )         < (D H3 ) การละลายเป็นแบบคายความร้อน
        (
DH1 ) + (D H 2 )    >> (D H3 )    ไม่เกิดการละลาย
ค. พลังงานกับการเกิดปฎิกิริยาเคมี ในการเกิดปฎิกิริยาเคมี ความร้อนจะเป็นแบบดูความร้อนหรือคายความร้อน ถ้าเป็น
    ปฏิกิริยาดูดความร้อน     : พลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะทั้งหมด > พลังงานที่ใช้ในการสร้างพันธะ
    ปฏิกิริยาคายความร้อน     : พลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะทั้งหมด < พลังงานที่ใช้ในการสร้างพันธะ

   
คัดสรรมาฝากโดย อาร์ม EZ Team
วันที่ 25/08/2548 เวลา 18:12:00
เข้าชมบทความนี้แล้ว 6368 ครั้ง ได้รับการโหวต 65 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 6368 คน ตอบ 7 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 7
วันที่ 13/1/2552 14:51:28
โดย คุณ ฮารุจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
IP : 125.26.135.***
 

ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โพสต์เมื่อ : 13/1/2552 14:51:28
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 11/2/2550 16:37:24
โดย คุณ ทื่ดเอ
IP : 203.209.110.***
 

{{0

โพสต์เมื่อ : 11/2/2550 16:37:24
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 22/1/2550 9:44:13
โดย คุณ ...........
IP : 202.149.118.***
 



โพสต์เมื่อ : 22/1/2550 9:44:13
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 14/12/2549 20:42:46
โดย คุณ เดะขยัน
IP : 58.147.115.***
 

ให้ความรู้ดีมากๆคะมีเนื้อหาในการสอบด้วย

โพสต์เมื่อ : 14/12/2549 20:42:46
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 19/8/2549 17:19:08
โดย คุณ ต้องการคำตอบ
IP : 203.172.49.***
 

ไอ้จรรรัย หมา เว็บไม่ได้เรื่องเลย อ่อน

โพสต์เมื่อ : 19/8/2549 17:19:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 19/8/2549 17:16:46
โดย คุณ น
IP : 203.172.49.***
 

ไม่เห็นมีเลย

โพสต์เมื่อ : 19/8/2549 17:16:46
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 27/5/2549 9:49:00
โดย คุณ จูนี่ที่รัก
IP : 58.147.112.***
 

ดีมากๆเลย ขอบอก

โพสต์เมื่อ : 27/5/2549 9:49:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 6368 คน ตอบ 7 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด