การวิจัยเกี่ยวกับแลคติก แบคทีเรีย

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแลคติกแอซิด   แบคทีเรีย

ใน   ..  2451   เอลี   เมทธนิคอฟ   นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล   ซึ่งกำลังทำงานอยู่ที่สถาบันปาสเตอร์   สังเกตว่าประเทศบุลแกเรียแถบคาบสมุทรบอลข่าน    มีประชากรซึ่งมีอายุยืนค่อนข้างมากกว่าประเทศอื่น   ทั้งที่บุลแกเรียอยู่ในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาของยุโรป   และเพิ่งจะเป็นเอกราชจากการปกครองแบบย่ำแย่ของเตอร์กี    ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่การอายุยืนจะเกิดจากความก้าวหน้าทางการแพทย์

เมทธนิคอฟ   พบว่าชาวบุลแกเรีย   กินอาหารที่ประกอบจากพืชผักที่ปลูกเองและกินโยเกิร์ตเป็นอาหารหลัก   เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบประโยชน์ของวิตามินในผักและประโยชน์ของเส้นใยพืชเขาจึงมุ่งความสนใจไปที่โยเกิร์ต

สถาบันปาสเตอร์   เป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาจุลินทรีย์แลคติก   เนื่องจาก  หลุยส์   ปาสเตอร์   เป็นผู้ค้นพลกลไกของการหมักจนเกิดกรดแลคติก   และเขาคิดค้นวิธีนมมาอุ่นเพื่อฆ่าแบคทีเรีย   ทำให้ไม่เกิดการหมักและเน่าเสีย   เรียกว่ากระบวนการพาสเจอไรเซซั่น   แต่มาตอนนี้นักวิจัยในสถาบันปาสเตอร์   กำลังค้นพบประโยชน์ของน้ำนมที่ถูกทำให้บูด   “บูด”   และค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ทำให้น้ำนม   “บูด”

งานขอบง  เมทธนิคอฟ   เป็นหลักฐานขั้นแรกที่พิสูจน์ความสามารถของแลคโตบาซิลลัส   ในการเปลี่ยน้ำตาลแลคโตสในน้ำนมเป็นกรดแลคติก   และเขาให้เหตุผลว่า   กรดที่เกิดขึ้นจะไปฆ่าแบคทีเรียที่ให้โทษ   ดังการวิจัยที่เรากล่าวถึงในตอนต้นว่า   เมื่อนน้ำนมมาหมักกับแลคโตบาซิลลัส   จุลินทรีย์ก่อโรคอื่น    จะตายหรือไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้

เมทธนิคอฟ   กลายเป็นผู้สนับสนุนความคิดที่ว่า   อาหารจะสามารถทำให้คนอายุยืนและปกป้องร่างกายจากการรุกรานของจุลินทรีย์ก่อโรค

ในหนังสือ   “Etudes   of   Optimism”   เมทธนิคอฟ   เขียนอธิบาย    คุณสมบัติของ   แลคโตบาซิลลัส   ไว้ว่า

“ตั้งแต่สมัยโบราณ   มนุษย์ได้กินอาหารผ่านการหมักด้วยจุลินทรีย์ที่เปลี่ยนน้ำตาลในน้ำนมให้เป็นกรด   เช่น   โยเกิร์ต   ดังจะพบจากคัมภีร์ไบเบิลซึ่งพิมพ์ขึ้นเมื่อ  2500   ปีก่อนคริสต์ศักราช”

“ในห้องปฏิบัติการของผม   ดร.ไมเคิลสัน   และ   ดร.โคเอนดิ   ทำการศึกษาโยเกิร์ตของชาวบุลแกเรีย   และพบว่า   แลคโตบาซิลลัสบุแลริคัส   เป็นจุลินทรีย์ตัวสำคัญในการผลิตกรด      แลคติก”

“เรามักจะเชื่อว่า   กรดแลคติกที่เกิดขึ้น   เป็นสารสำคัญที่ทำให้โยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อร่างกาย   เพราะมันขัดขวางการเจริญพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ   ดร.เบโลนอฟสกี   พบว่าวยังมีสารอื่นที่จุลินทรีย์   แลคโตบาซิลลัสบุลแกริคัส   ผลิตขึ้นและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง”

คุณสมบัติเหล่านี้   แสดงให้เห็นความสำคัญของ   แลคโตบาซิลลัส   บุลแกริคัส   ที่มีเหนือจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่นที่ผลิตกรดจากน้ำนมได้เช่นกัน   คนที่กินนมไม่ได้   อาจกินเชื้อจุลินทรีย์   แลคโตบาซิลลัส     บุลแกริคัลได้โดยตรง

อันที่จริง   เมทธนิคอฟ   ได้ผลิต   แลคติกแอซิด   แบคทีเรีย   เพื่อใช้เป็นยาขึ้นมาเป็นครั้งแรกและตั้งชื่อว่า    “แลคโตบาซิลลิน”   มีลักษณะเป็นเม็ด   ภายในมีแบคทีเรีย   ซึ่งยังมีชีวิตบรรจุอยู่

ต่อมาใน   ..   2443   มีการแยกสายพันธุ์บริสุทธิ์ของ   แลคโตบาซิลลัส   อะซิโดฟิลัส   ขึ้นได้เป็นครั้งแรก   ตามด้วย   แลคโตบาซิลลัส   ไบฟิดัส   (มันมีรูปร่าง   เหมือนตัว  Y   จึงได้ชื่อว่า   bifidus   แปลว่าแยก)   ต่อมาพบว่า   โครงสร้างและอาหาร   ของไบฟิดัส   ต่างจาก   แลคโตบาซิลลัส   มากใน  ..  2517   จุลินทรีย์เหล่านี้จึงถูกแยกออกมาเป็น   จีนัสไบฟิโดแบคทีเรีย

ความสนใจใคร่รู้ในลักษณะเดียวกัน   เกิดขึ้นกับนักวิทยาศาสตร์ผู้สังเกตว่า   ทำไมทารกที่ได้รับน้ำนมมารดา   จึงมีสุขภาพแข็งแรงกว่าทารกที่กินนมขวด   ต่อมาผลการวิจัยแสดงว่าในลำไส้ของเด็กที่กินนมแม่มีไบฟิโดแบคทีเรีย   มากกว่าเด็กที่กินนมขวด   สายพันธุ์ที่มีมากที่สุดคือ   ไบฟิโดแบคทีเรีย   อินแฟนทิส   ซึ่งพบว่ามีอยู่มากถึง  99%   เมื่อเด็กอายุ  1  อาทิตย์ขึ้นไป   ทำให้จุลินทรีย์ที่มีโทษ   อื่น    เช่น   โคลิฟอร์ม   และ   เอนเทอโรคอคคัส   มีจำนวนน้อย

แลคโตบาซิลลัสจะอยู่ในร่างกายเราตั้งแต่เกิด   คาดว่าจะถูกส่งผ่านมาทางแม่   แต่   ไบฟิโดแบคทีเรีย   จะพลเมื่อเด็กอายุได้  7  วันขึ้นไป   และได้กินนมแม่   แบคทีเรียนี้จะอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่   แต่แลกโตบาซิลลัสจะอยู่ในลำไส้เล็ก

เมื่อเด็กหย่านม   ไบฟิโดแบคทีเรีย   อินแฟนทิส   จะหมดไปและไบฟิโดแบคทีเรีย  ไบฟิดัม   จะเจริญขึ้นมาแทนที่จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ไบฟิโดแบคทีเรีย   และ   แลคโตบาซิลลัส   อะซิโดฟิลัส   เป็นสมาชิกประจำลำไส้   ช่วยทำลายจุลินทรีย์แปลกปลอม   ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงปราศจากโรค   ส่วน   แลคโตบาซิลลัส   บุลแกริคัส   เป็นจุลินทรีย์ที่เข้าไปกับยาหรืออาหารที่เรากิน   จากนั้นจะถูกขับถ่ายออกมา   โดยไม่สามารถอาศัยอยู่ในลำไส้ได้   แต่ในระหว่างผ่านทางเดินอาหารมันช่วยกำจัดฤทธิ์ของแบคทีเรียก่อโทษ   และช่วยให้สารอาหารแก่   ไบฟิดัม   และ   อะซิโดฟิลัส   จึงมีความสำคัญไม่น้อย

การค้นคว้าวิจัยในระยะหลัง   แสดงให้เห็นว่า   นอกจากควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคแล้วแลคติกแอซิด   แบคทีเรีย   ยังเสริมสร้างสุขภาพโดยวิธีอื่น    เช่น   ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน   ช่วยการดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ประโยชน์   คุณสมบัติเหล่านี้เราจะกล่าวถึงในบทต่อไป

แบคทีเรียมีคุณ   ในทางเดินอาหาร   นอกจากต้องเผชิญกับอันตรายจากแบคทคเรียก่อโทษแล้ว   ยังอาจถูกทำลายโดยยารักษาโรคบางชนิด   เช่น   ยาปฏิชีวนะ

 

   
คัดสรรมาฝากโดย bank003 (ภาสกร สกุลศิลปกร) บทความทั้งหมดของคุณ bank003
วันที่ 17/07/2549 เวลา 11:55:15
เข้าชมบทความนี้แล้ว 3576 ครั้ง ได้รับการโหวต 16 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด