"พรีออน..อนุภาคก่อโรคติดเชื้อประหลาด ตอนที่ 2"

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

 

บทความฉบับที่ 9 ขอนำเสนอเรื่อง "พรีออน...อนุภาคก่อโรคติดเชื้อประหลาด ตอนที่ 2"

พบกับพี่อาชิเป็นประจำพร้อมกับการนำเสนอเรื่องราวทางชีววิทยาที่น่าสนใจเหมือนเดิม ในตอนนี้ขอกล่าวต่อจากเนื้อหา พรีออน ในตอนแรก โดยจะขอพูดถึงลักษณะอาการของโรค การวินิจฉัยโรค การรักษาโรค และมีการยกตัวอย่างของโรควัวบ้าหรือโรคสมองฝ่อ ที่มีสาเหตุมาจากพรีออนโปรตีนมาให้ทุกท่านได้อ่านกันด้วยนะครับ....

ต่อจากเนื้อหาพรีออน ตอนที่ 1 ....คลิกอ่านได้ที่

 http://knowledge.eduzones.com/newsview.aspx?zone_id=2&type=5&id=47007

หรือ  http://knowledge.eduzones.com/article_member.aspx?zone_id=2&user_id=Mouzashi

 

ภาพ พรีออน 1 

อาการของโรค

เนื้อสมองของผู้ป่วยจะถูกทำลาย รูปร่างสมองจะผิดรูปทั้งสมอง (atrophic) ขณะที่โรคอื่นจะไม่เป็นทั้งสมองแบบนี้ เพราะพรีออนไปเพิ่มจำนวนมากแพร่กระจายทั่วทั้งสมองทำให้เซลล์สมองโป่งเต็มไปด้วยของเหลว เมื่อดูลักษณะเซลล์แล้วเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ (spongioform encephalitis) เมื่อทิ้งไว้ก็จะพบว่าโปรตีนเหล่านั้นจับกันเป็นร่างแหอะไมลอยด์ เป็นก้อนในสมอง ซึ่งจะทำให้เนื้อสมองโดนทำลาย ผู้ป่วยก็จะมีอาการหลังเซลล์สมองโดยทำลายต่างๆกันไป เช่น ปวดหัว ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ หรือ กระทั่งความจำเสื่อม และถึงแก่ชีวิตในที่สุด โดยอาการแม้จะคล้ายกับโรคทางสมองอื่นๆและเกิดค่อนข้างช้าเพราะใช้เวลาฟักตัวนาน แต่เมื่อมีอาการแล้วอาการจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว

 การวินิจฉัยโรค

เพราะอาการของโรคจะคล้ายกับโรคทางสมองชนิดอื่นทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยว่าเป็นหรือไม่ แต่พรีออนสามารถตรวจได้จากการผ่าสมอง ตรวจหาพรีออนในเลือด น้ำไขสันหลัง หรือ สารสกัดจากสมอง (brain extract) ที่แย่ที่สุดคือตรวจชันสูตรหลังการเสียชีวิต ในห้องทดลองได้ค้นพบวิธีตรวจพรีออนได้แบบใหม่ด้วยวิธีการ Protein misfolding cyclic amplification (PMCA)

สำหรับกรณี ผู้ป่วยที่เกิดจากการผิดปกติทางพันธุกรรมสามารถตรวจสอบได้จากการตรวจหายีนก่อโรคได้ แต่โดยมากไม่เป็นที่นิยมกันเพราะเมื่อครอบครัวไหนมีผู้ป่วยโรคนี้แล้ว ก็จะถูกเฝ้าดูโดยแพทย์ โดยไม่ต้องทำการตรวจยีนเป็นกรณีพิเศษ

การรักษาโรค

ยังไม่มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ที่มีอยู่มีเพียงการให้ยาลดอาการแต่ยังไม่มียาหรือวัคซีนใดที่กำจัดพรีออนได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีผลข้างเคียง สำหรับในพรีออนในสัตว์ทำได้เพียงแต่กันสัตว์ทีติดโรคออกไปเท่านั้นหรือทำลายสัตว์นั้นทิ้ง (Quarantine)

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ (1999)คณะวิจัยของ Dale Schenk ได้จุดประกายความหวังของวัคซีนในการรักษาขึ้นมา โดย เขาและคณะของเขาค้นพบวัคซีนที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ ซึ่งทำการทดลองแล้วในคนขั้นต้น พบว่า สามารถลดปริมาณโปรตีนที่ผิดรูปได้จริง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่คาดหวังว่า หลักการจากการสร้างวัคซีนนี้จะสามารถนำมาประยุกต์กับพรีออนที่มีกลไกการเกิดใกล้เคียงกันได้ในอนาคต

ตัวอย่างของโรคที่มีสาเหตุเกิดจากอนุภาค พรีออนโปรตีน

โรควัวบ้า

 
โรควัวเป็นโรคที่น่ากลัว !!!
เพราะว่ามันเป็นโรคที่ทำลายสมอง ทำให้สมองเสื่อม
รักษาไม่หาย ใครเป็นโรคนี้แล้วมีแต่จะแห้งเหี่ยวโรยราเยียวยาไม่ได้
 
 
 
 
ภาพ พรีออน 2

โรควัวบ้าได้คร่าชีวิตวัวอังกฤษและยุโรปไปแล้วเกือบ 2 แสนตัว ตั้งแต่ที่ได้มีการพบโรคนี้ที่ไร่พิทเซม ประเทศอังกฤษ ในปี 1984 และโรคนี้ได้คร่าชีวิตคนมาแล้ว 94 ราย สิ่งที่สำคัญของเรื่องนี้คือตัวเลขต่างๆ ที่กล่าวถึงนั้นมันอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของโรคระบาดร้ายแรงซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่ามากแค่ไหน

โรควัวบ้าภาษาแพทย์เรียกว่า Bovine Spongiosum Encephalopathy (BSE) มันเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เป็นโรคที่เกิดจากสารโปรตีน ไม่ใช่เชื้อโรค สารโปรตีนนี้เรียกว่า พรีออน (prion) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ม้วนตัวผิดปกติ ทำให้เกิดโรคของสมอง สมองเสื่อมเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ (sponge) สารไพรออนตัวนี้เป็นสารที่คงทน ไม่มีสารละลายมันได้ มันทนต่อความร้อนได้สูง โดยเฉพาะความร้อนในการหุงต้มทำอะไรมันไม่ได้

ในปีค.ศ. 1730 กว่าๆ คนเลี้ยงแกะในอังกฤษและยุโรปสังเกตพบโรคในแกะที่คล้ายวัวบ้า แกะเริ่มต้นมีอาการอารมณ์ร้าย เดินโซเซ หลังจากนั้น 6 เดือน มันมีอาการชัก อัมพาต ตาบอดแล้วตาย เขาเรียกโรคนั้นว่า scrapie

ภาพ พรีออน 3

ในปีค.ศ.1950 กว่าๆ Carieton Gajdusek ซึ่งเป็นหมอเด็กและนักไวรัสวิทยาทำงานภายใต้สถาบันแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ไปทำงานวิจัยที่ปาปัวนิวกินี โดยตอนนั้นเขาไม่รู้เรื่องโรค scrapie ในแกะเลย เขาได้พบชาวพื้นเมืองเผ่าฟอร์ ซึ่งเป็นเผ่ามนุษย์กินคน คนเผ่านี้มีโรคระบาดทางประสาทอยู่อย่างหนึ่งเรียกว่า kuru ซึ่งมีอาการสั่นเทิ้ม เดิมโซเซ ลิ้นพันกัน หมดสติและตายใน 16 เดือน ชาวพื้นเมืองพวกนี้ติดเชื้อจากการกินซากศพของญาติตัวเองเมื่อหมอกาจดูเส็ค เอาสมององคนตายไปตรวจจึงพบว่ามีลักษณะเดียวกับของคนไข้ Creutzfeidt-Jacob Disease (CJD) ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมจนตาย รักษาไม่หายที่วงการแพทย์รู้จักกันมาแล้ว เขาทดลองพบว่า โรคในแกะและในคนคล้ายกัน เขารู้ด้วยว่าสารที่ทำให้เกิดโรคอยู่ในสมองและสามารถทำให้สัตว์หรือคนอื่นเกิดโรคได้ หมอกาจดูเส็คได้ทำการวิจัย จนทำให้เกิดความรู้แก่วงการแพทย์เกี่ยวกับโรคนี้มาก ตอนหลังจึงได้รับรางวัลโนเบลทางด้านการแพทย์

สิ่งที่ทำให้โรคนี้น่ากลัวคือ มันติดต่อกันทางอาหารการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินเนื้อวัว ในระยะหลังที่ความรู้เรื่องการระบาดของโรควัวบ้าเป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ได้มีการทำลายวัวที่เป็นโรคและยังไม่แสดงโรคมากเป็นเงินหลายแสนล้านบาทและมีการห้ามส่งออกอาหารสัตว์ ที่ทำจากเศษซากวัว แกะหรือสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างอื่น แต่กว่าคำสั่งนี้จะออกมาบังคับใช้ อังกฤษก็ได้ส่งออกอาหารสัตว์ ที่แปดเปื้อนโรคไปยังประเทศต่างๆ เป็นเวลาถึง 11 ปี หลังจากมีรายงานครั้งแรกเรื่องโรควัวบ้าจากไร่พิทแซม มีประเทศต่างๆ ซื้ออาหารสัตว์แปดเปื้อนไปใช้มากกว่า 80 ประเทศ จากปี 1988 ถึง 1996 ประเทศทางแถบเอเชียซื้อไปใช้เกือบหนึ่งล้านตัน และตามฟอร์มประเทศไทยก็ร่วมวงไพบูลย์กับเขาด้วย ไทยนำเข้าเป็นอันดับสอง (185,000 ตัน) รองจากอินโดนีเซียซึ่งนำเข้า 600,000 ตัน ส่วนสหรัฐฯ เขามีความรู้ไหวตัวทันตั้งแต่ตอนเริ่มแรกจึงห้ามการนำเข้า ทำให้เขาปลอดโรค ปลอดภัย ยังกินสเต็ก และแฮมเบอร์เกอร์กันได้ แม้ว่าจะลดลงเพราะคนตกใจก็ตาม สำหรับเมืองไทยเมื่อไม่นานนี้ ก็ยังมีคนนำเข้าอาหารสัตว์จากอังกฤษ จนเป็นข่าวฮือฮาในหน้าหนังสือพิมพ์

ภาพ พรีออน 4

อีกประการหนึ่งที่ทำให้โรควัวบ้าน่าเป็นห่วงคือ ระยะฟักตัวของโรคใช้เวลายาวนานหลายปี จึงเป็นการยากที่จะรู้ว่าใครได้กินอาหารเปื้อนโรคเข้าไปบ้าง ใครจะเป็นโรคบ้าง และจะเป็นกันมากน้อยแค่ไหน

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านคงจะคิดวิตกว่า แล้วเราจะกินอะไรดีที่ไม่แปดเปื้อนโรควัวบ้า
สัตว์ที่เขาพบว่าเป็นโรคสมองเสื่อมแบบวัวบ้า มีหลายชนิดคือ แกะ มิงค์ กวาง วัว แมว และลิง เพราะฉะนั้นเราน่าจะหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์เหล่านั้น สำหรับคนไทยก็ควรเลี่ยงเนื้อวัว ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เห็นสเต็กแล้วน้ำลายไหลเหมือนคนอเมริกันก็คงจะต้องเลือกกินเนื้อจากบางส่วนของวัว เช่น เลี่ยงเนื้อสันหรือทีโบน เนื่องจากเนื้อส่วนนี้อยู่ใกล้ไขสันหลังทำให้มันมีเนื้อเยื่อเส้นประสาททอดผ่าน มากกว่าเนื้อบริเวณอื่น เช่น บริเวณสีข้าง สำหรับเนื้อไก่ยังไม่มีรายงานแพร่โรค ส่วนเนื้อหมูมีสิทธิ์ติดโรคได้ แม้ว่าจะน้อยกว่าวัว ส่วนเนื้อปลาน่าจะปลอดภัยดีกว่า

บางคนสงสัยว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำมาจากองคาพยพของวัว เช่น หนังหรือกระดูกวัว ตัวอย่างเช่น พวกเจลาติน แคปซุลยา จะเป็นภัยต่อการบริโภคหรือเปล่า มีข้อมูลว่าไม่น่าจะมีโทษเพราะจากการตรวจ ยังไม่เคยพบสารไพรออนในผลิตภัณฑ์เหล่านั้น แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งคือ อาหารเสริมความจำ ที่ทำจากสมองวัวสดและสารสกัดจากต่อมของวัวที่มีขายอยู่ เพราะนอกจากมันไม่เสริมความจำแล้ว ยังอาจจะทำให้สมองท่านเสื่อมตลอดไป

ภาพ พรีออน 5

สำหรับบางคนเป็นห่วงเรื่องวัคซีน เพราะเห็นว่ามันผลิตมาจากการเพาะเซลล์จากมนุษย์หรือสัตว์ และบางอย่างก็ใช้เซลล์วัว แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายงานวัคซีนแพร่โรควัวบ้านเลย แม้ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาดก็ยังไม่พบ

การผ่าตัดอาจจะทำให้แพร่โรคนี้ได้หรือไม่ ในอดีตเคยมีการผ่าตัดโดยเครื่องมือเปื้อนเนื้อเยื่อ หรือฮอร์โมนจากสมอง เช่น การนำเอาเยื่อหุ้มสมองดูราจากคนอื่นมาปะปิดแทนโรคได้ แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครทำอย่างนั้นแล้ว

ที่สหรัฐฯ เขาห้ามให้เลือดจากคนที่เคยอยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 3 เดือน เนื่องจากทางทฤษฎีมันอาจจะแพร่โรคได้ แต่ในความเป็นจริงยังไม่เกิดการแพร่โรคจากการให้เลือด ทั้งนี้ดูได้จากคนไข้โรคเลือดไม่แข็งตัวฮีโมฟิลเลีย ที่ปกติต้องรับผลิตภัณฑ์เลือดเป็นประจำ จนปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไข้เหล่านี้ติดโรควัวบ้าเลย

โดยภาพรวมแล้วการกินอาหารแบบไม่รู้เรื่อง กินตามใจปากจะยากนาน เพราะมันจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้มาก ในสมัยก่อนโรควัวบ้าเราก็รู้กันว่า การกินไขมันมากเกิน กินจนอ้วนทำให้เป็นโรคตามมามาก เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือโรคเข่าเสื่อม เราจึงหันมากินอาหารไขมันต่ำ แล้วพอมาถึงตอนนี้เราก็รู้เพิ่มขึ้นมาว่า การกินอาหารแบบไม่ฉลาดอาจจะทำให้ไม่ฉลาดมากขึ้นจากโรควัวบ้า คิดดูอีกทีมังสวิรัติเห็นจะดีกว่าเพื่อนเลยนะครับ....

แถมให้ดูอีกรูปนะครับ...

ภาพ พรีออน 6

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม :

 

ป.ล. ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วย และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจทุกท่าน

ป.ล. มีเรื่องราว บทความ เนื้อหา ทางชีววิทยาที่น่าสนใจอยากจะนำมาเผยแพร่ หรืออยากแลกเปลี่ยนความรู้ ได้ที่อีเมล์   Arshi_Microbism@hotmail.com   ยินดีสำหรับทุกๆความคิดเห็นและ คำติชมครับ...แล้วพบกันกับบทความในฉบับที่ 10

 

บทความโดย... พี่อาชินักจุลชีวะรุ่นใหม่

   
คัดสรรมาฝากโดย mouzashi (ธนาธิป ปินทรายมูล) บทความทั้งหมดของคุณ mouzashi
วันที่ 18/10/2550 เวลา 15:29:28
เข้าชมบทความนี้แล้ว 2795 ครั้ง ได้รับการโหวต 28 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2795 คน ตอบ 5 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 20/10/2550 22:03:59
โดย คุณ น้องพี่ไดโน
IP : 61.19.67.***
 

อยากได้เรื่อง stem cell อะ

โพสต์เมื่อ : 20/10/2550 22:03:59
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 20/10/2550 17:32:12
โดย คุณ น้องพี่ไดโน
IP : 61.19.67.***
 

รู้ปะ เจ้าของบทความนี้ น่ารักที่สุด

โพสต์เมื่อ : 20/10/2550 17:32:12
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 20/10/2550 17:30:52
โดย คุณ น้องพี่
IP : 61.19.67.***
 

มาอ่านกานเยอะนะ

โพสต์เมื่อ : 20/10/2550 17:30:52
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 20/10/2550 17:30:00
โดย คุณ น้องพี่ไดโน
IP : 61.19.67.***
 

ดีมากๆเลยคะ

โพสต์เมื่อ : 20/10/2550 17:30:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 18/10/2550 16:29:51
โดย คุณ น้องพี่ไดโน
IP : 61.19.67.***
 

พรีออน เป็นญาติกะเต่าเหรอ มีรูปเต่าด้วย

โพสต์เมื่อ : 18/10/2550 16:29:51
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2795 คน ตอบ 5 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด