"หัดเยอรมัน"โรคที่ นาซีเยอรมัน ยังกลัว !!...

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

 

บทความฉบับที่ 10 ขอนำเสนอเรื่อง " หัดเยอรมันโรคที่ นาซีเยอรมัน ยังกลัว !! "

สวัสดีทุกท่านครับผมพี่อาชิกลับมาทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลความรู้ดีๆมาให้อ่านอีกแล้ว วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โรคหัดเยอรมันซึ่งเคยเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงโรคหนึ่งในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่มวลมนุษย์ชาติมากมาย โดยเฉพาะความพิการแต่กำเนิด ตาบอด, หูหนวก, หัวใจพิการ และปัญญาอ่อน  ก้อขอฝากกันเตือนถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ว่าควรจะใส่ใจป้องกันโรคนี้เสียแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย หากผลที่ได้รับคือ ชีวิตทั้งชีวิตของลูก และความทุกข์ใจของคุณพ่อคุณแม่เองนะครับ...

 

คลิกอ่านบทความทั้ง 9 ฉบับย้อนหลังได้ที่....

http://knowledge.eduzones.com/article_member.aspx?zone_id=2&user_id=Mouzashi

 

หัดเยอรมัน อันตราย ที่มิใช่เพียงแค่หวัด
 


ภาพ Rubella virus 1

จากคำพูดที่ว่ามหันตภัยโรคร้ายที่อันตรายยิ่งกว่า "นาซีเยอรมัน" ก็คือ หัดเยอรมัน นั่นเอง ทำไมหรือ? ทั้งนี้เพราะถ้าไวรัสหัดเยอรมันเกิดขึ้นในมารดาขณะตั้งครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน แล้วทารกน้อยมีโอกาสพิการสูง และความพิการที่เกิดขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าถูกฆ่าตายเสียอีก ทารกที่เกิดมาจะตาบอด, หูหนวก, หัวใจพิการ และที่สำคัญคือ สมองพิการปัญญาอ่อน ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ เด็กเหล่านี้คลอดออกมาแล้วไม่ตาย แต่จะยังมีชีวิตอยู่เป็นภาระทรมานสำหรับพ่อแม่ ให้ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เป็นเวลานานนับสิบปี-ยี่สิบปี จากนั้นจึงจะเสียชีวิตไป โดยไม่ได้รับรู้ถึงความเสียใจของบุพการีแม้แต่น้อย
ทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา เป็นเดือนเป็นปีที่พ่อแม่ทุ่มเทให้ จะสูญไปโดยไร้ประโยชน์ แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่า เวลาจะสูญเปล่า พ่อแม่ก็ยังต้องยอมอดทนเลี้ยงดูทารกพิการทางกายและสมองคนนี้ ถ้าเสียชีวิตช้า เรียกว่า เป็นกรรมแต่ปางก่อน

แม้ว่าทุกชีวิตที่เกิดมาจะมีจุดสุดท้ายทีเดียวกัน คือเชิงตะกอน แต่เป็นการไม่ยุติธรรมเลยที่ให้ทารกรกเกิดมีทุกข์ทันทีที่ลืมตาดูโลก ทุกข์กายที่ได้รับยังพอทำเนา (เนื่องด้วยตัวเองรับรู้ไม่ได้) แต่ทุกข์ใจของพ่อแม่สิแสนสาหัสยิ่งนัก

หากว่า คนที่อยากมีลูกทุกคนได้รับรู้ความเป็นไปของโรคร้ายนี้ คงเห็นด้วยว่าควรจะป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยการฉีดวัคซีนขณะยังไม่ตั้งครรภ์ หรือทำแท้งบุตรเมื่อเป็นหัดเยอรมันภายในอายุครรภ์ 3 เดือนแรก

ภาพ Rubella virus 2

โรคร้ายนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 200 ปีที่ผ่านมาจึงสามารถแยกเชื้อไวรัสร้ายนี้ได้สำเร็จตอนกลางศตวรรษที่ 20
เหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจากโรคนี้ในผู้ใหญ่มีอาการน้อยมาก และกินระยะเวลาสั้น 2-3 วัน อาการก็หายไปและไม่มีภาวะแทรกซ้อน

เหตุการณ์ที่กระตุ้นเตือนให้มีการศึกษาไวรัสตัวนี้อย่างละเอียดรอบคอบคือ การระบาดของหัดเยอรมันครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1940-1941 (พ.ศ.2483-3484) หัดเยอรมันมีวัฏจักรการระบาดทุกๆ 7-12 ปี โรคร้ายนี้ค่อยๆ ลดความร้ายกาจไปภายหลัง จากที่เราค้นพบวัคซีนจากการที่สามารถแยกเชื้อไวรัสได้ในปี ค.ศ.1961 (พ.ศ.2504) 20 ปี หลังจากที่มีการระบาดครั้งใหญ่ของโลกครั้งนั้น
 
สำหรับในประเทศไทย เคยมีการระบาดเมื่อปี พ.ศ.2510, พ.ศ.2514 และ พ.ศ.2522 ตามสถานรับเลี้ยงเด็กโรงเรียนโรงพยาบาลและห้างร้านบริษัทต่างๆ
คนทั่วไปส่วนใหญ่จะเคยเป็นหัดเยอรมันมาแต่วัยเด็กแล้ว เราจึงพบคนหนุ่มสาวเป็นหัดเยอรมันไม่มากนัก ประมาณร้อยละ15-20 ซึ่งอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย ภายหลังจากได้รับเชื้อไวรัสร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาภายใน 60 วัน ภูมิคุ้มกันนี้จะคงอยู่นานหลายปี

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 

รายละเอียดโดยย่อ

โรคหัดเยอรมัน (german measle, rubella) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เหือด" ก่อให้เกิดโรคที่มีลักษณะอาการที่สำคัญคือ ไข้ ผื่นที่ผิวหนัง และต่อมน้ำเหลืองแถวคอโต ถ้าเป็นในเด็กอาการจะไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็นในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อาจจะทำให้เด็กที่เกิดมาพิการผิดปกติได้

โรคหัดเยอรมันพบได้ทั่วไปในทุกภูมิภาคของโลกในประเทศแถบอบอุ่นจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ มักมีการระบาดใหญ่ทุกๆ 6-9 ปี เช่นในสหรัฐอเมริกามีการระบาดครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2507 ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดทารกพิการแต่กำเนิดประมาณ 20,000 คน ประเทศไทยมีรายงานการระบาดใหญ่ของโรคครั้งแรกใน พ.ศ. 2510 ต่อมา พ.ศ. 2521-2522 และใน พ.ศ. 2526-2527

 จากนั้นพบมีการระบาดประปรายเรื่อยมา รายงานการเฝ้าระวังโรค พ.ศ.2537 ของกองระบาดวิทยาพบว่าอัตราป่วยด้วยโรคหัดเยอรมัน ยังคงมีแนวโน้มสูงอยู่ตลอดมา แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันแก่เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่ 6 ทั่วประเทศในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การศึกษาโดยวิเคราะห์ข้อมูลจากประวัติผู้ป่วยและผลการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ผู้ป่วยเด็กที่สงสัยเป็นหัดเยอรมันแต่กำเนิด จากโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ระหว่าง พ.ศ.2528-2539 จำนวน 833 ราย โดยนำซีรัมมาทดสอบหา specific rubella antibody ด้วยวิธี HI และ specific rubella IgM ด้วยวิธี ELISA พบว่า มารดาที่ไม่แสดงอาการมีผื่นขณะตั้งครรภ์ได้ให้กำเนิดทารกที่มีความพิการรุนแรงและมีอัตราที่สูงใกล้เคียงกับมารดาที่มีผื่นขณะตั้งครรภ์

ภาพ Rubella virus 3

สาเหตุของโรค

  1. เกิดจากเชื้อหัดเยอรมัน เป็นไวรัสที่มีชื่อว่า Rubella virus ซึ่งมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ จาม หรือ หายใจรดกัน เช่นเดียวกับไข้หวัด หรือหัด ระยะฟักตัว 14-21 วัน เชื้อไวรัสรูเบลลาจัดอยู่ใน Rubrivirus genus และ Togavirus family เป็นไวรัสชนิด RNA ระยะติดต่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนและหลังออกผื่น
  2. ไวรัสหัดเยอรมันก่อโรคในมนุษย์เท่านั้น โดยระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จะสร้างแอนติบอดี้ ชนิด IgM อยู่ได้นานประมาณหนึ่งปี นอกนั้นเป็นแอนติบอดี้ชนิด IgG และ IgA
  3. ส่วนที่เป็นอาร์เอ็นเอของไวรัสสามารถติดต่อกันได้ โดยระหว่างที่ไวรัสแบ่งตัวจะสร้าง RNAs สองชนิด ทั้งชนิดเต็มความยาว และชนิดย่อส่วน ปัจจุบันตรวจพบว่าไวรัสหัดเยอรมันมีเพียง serotype เดียวเท่านั้น
  4. ลำดับเบสของไวรัสจีโนม พบว่ามีโครงสร้างกรดอะมิโนเป็นแบบ high conservation ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ยาก

อาการของโรค

  • ระยะฟักตัว 14-21 วัน เด็กไม่ค่อยมีอาการอะไรก่อนออกผื่น โดยมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เยื่อบุตาอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ 37.5 - 38.5 องศาเซลเซียส ประมาณ 1-5 วัน บางคนอาจมีผื่นขึ้นโดยไม่มีไข้ หรือมีไข้โดยไม่มีผื่น บางคนอาจติดเชื้อหัดเยอรมันโดยไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลยก็ได้
  • ระยะออกผื่น โดยเริ่มที่หน้าผากแถบไรผม กระจายมายังรอบปาก และใบหู แล้วลามลงมาที่คอ ลำตัว แขนขา ขณะที่ผื่นกระจายมาลำตัว ใบหน้าจะไม่ค่อยมีผื่น ผื่นอาจจะมีอาการคันหรือไม่ก็ได้ ผื่นมีลักษณะสีชมพูอ่อน แบนราบ และมักอยู่แยกจากกัน ผื่นเป็น 3 วันจะเริ่มจาง ที่สำคัญซึ่งบ่งชี้ถึงลักษณะของโรคนี้คือ ตรวจพบต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณหูโต คลำได้เป็นก้อน หรือเป็นเม็ดตะปุ่มตะป่ำ

ภาพ Rubella virus 4

แนวทางการรักษา

โรคหัดเยอรมันเป็นโรคที่หายได้เอง รักษาตามอาการ พิจารณาใช้ยาลดไข้ แต่ไม่ควรใช้ยาแอสไพรินลดไข้ ถ้ามีอาการคัน ให้ทายาแก้ผดผื่นคัน โดยทั่วไปมักจะหายภายใน 3-5 วัน แต่ถ้าพบในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก แนะนำไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดพิสูจน์ ถ้าเป็นหัดเยอรมันจริง แพทย์จะพิจารณาทำแท้ง

การป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีน MMR (หัด หัดเยอรมัน คางทูม) ถ้าฉีดครั้งแรกตอนอายุ 9-15 เดือน ควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 12-16 ปี แต่ถ้าเริ่มฉีดเข็มแรกตอนโต ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้น ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนมากที่สุด คือ กลุ่มเด็กหญิงวัยรุ่น และกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ ถ้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว แนะนำให้ฉีดวัคซีนในระยะที่มีประจำเดือน และคุมกำเนิดอย่างน้อย 8 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน ไม่มีรายงานว่าการฉีดวัคซีนขณะตั้งครรภ์จะทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิดในทารก

 

ป.ล. ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบทความของผมโดยตลอดหวังว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

ป.ล. ท่านที่สนใจสามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง โรคหัดเยอรมันได้ที่...

http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nihR_search.asp?info_id=35

http://budhosp.tripod.com/rubella.htm

http://thaigcd.ddc.moph.go.th/vac_p_Rub.html

http://www.ksbrhospital.com/story/show.php?No=120

http://203.157.15.4/fact/Rubella_Officer.htm

ในเว็บวิกิพีเดีย สารานุกรมไทย...

ป.ล. อยากอยากเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ด้านชีววิทยา หรืออยากสอบถาม ได้ที่อีเมล์  Arshi_Microbism@hotmail.com  แล้วพบกับผมได้ในบทความต่อไปนะครับ...

 

 

บทความโดย...  พี่อาชินักจุลชีวะรุ่นใหม่

 

   
คัดสรรมาฝากโดย Mouzashi (ธนาธิป ปินทรายมูล) บทความทั้งหมดของคุณ Mouzashi
วันที่ 23/10/2550 เวลา 23:44:33
เข้าชมบทความนี้แล้ว 6435 ครั้ง ได้รับการโหวต 6 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 6435 คน ตอบ 5 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 28/12/2551 17:51:17
โดย คุณ ธนากร
IP : 125.24.91.***
 

ผมเป็นอยู่เนี่ย คัดโครตเลยครับ

โพสต์เมื่อ : 28/12/2551 17:51:17
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 31/10/2550 17:21:03
โดย คุณ Free1
IP : 203.146.63.***
 

เเจกโทรศัพท์ฟรีเพียงเเนะนำสมาชิก
ได้จริงๆ http://FreeMobs.co.uk/index.php?referral=45783 ลิ้งนี้นะคะ

เข้าไปสมัครได้เลยคะ
โทรศัพท์มือถือแจกฟรีจริงๆ (ไม่เสียหาย ไม่เสียเงินนะค้ะ) ไม่เสียค่าสมัครด้วยคะ
เพียงกรอกข้อมูลชื่อ ที่อยู่ แต่ต้องเป็นข้อมูลจริง ทางเว็บจะส่งมือถือมาตามที่อยู่ที่คุณกรอก

โพสต์เมื่อ : 31/10/2550 17:21:03
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 29/10/2550 19:16:14
โดย คุณ หวังดี
IP : 222.123.215.***
 

เว็บนี้มีโปรโมทโดยแจกมือถือฟรี แจกจริง (ได้รับการรับรองจากกระทรวง ICT)
เช่น Apple iPhone , Motorola KRKR K1 , LG KG800 Chocolate และ Sony Ericsson W810i
สมัครผ่านนี้เลย

http://FreeMobs.co.uk/index.php?referral=45358
ได้โทรศัพท์จริง เพียงส่งต่อเพื่อแนะนำตามจำนวนคนที่แต่ละรุ่นระบุ มีคนได้มาแล้ว

โพสต์เมื่อ : 29/10/2550 19:16:14
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 25/10/2550 7:31:51
โดย คุณ mumurin34
IP : 203.146.63.***
 

ถ้าอยากทราบว่าได้เงินจริงหรือไม่ลอง ค้นหา GDI ในเวปGoogle ก่อนได้ค่ะ
ได้อีกแล้ว 200$ ( 7,000 กว่าบาท ) จากเว็ปหาเงินบน internet online 100%
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีสร้างรายได้บน internet ทำงานบน internet รับเงินทาง internet ไม่ต้องขายสินค้า ไม่ต้องเข้าอบรม ไม่ใช่ธุรกิจขายตรงอย่างที่คุณได้เคยผ่านมาในประเทศไทย โอกาสนั้นมาถึงคุณแล้ว
ด้วยธุรกิจแนวใหม่มาแรงแห่งยุค Globalrich เป็นอีกแนวความคิดหนึ่งที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ คุณสามารถสร้างเงิน 105$ (4,000 กว่าบาท)ได้ภายใน 7 วัน เรากล้าการันตีรายได้เพียงคุณทำตามคำแนะนำของเราเท่านั้น แล้วคุณจะพบว่าการหาเงินทาง internet ง่ายนิดเดียว
อ่านรายละเอียดที่นี่เลยคะ http://www. mumurin34.ws

โพสต์เมื่อ : 25/10/2550 7:31:51
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 24/10/2550 21:57:00
โดย คุณ ฝ้ายเองจ้า
IP : 202.139.223.***
 

โฮะๆๆ ได้เม้นบทความนี้เปนคนแรกเลย บทความอันนี้เยอะจัง แต่ก้อสู้ๆอ่านให้จบ พี่ชิอุตส่าหาความรุดีๆมาให้อ่าน

โพสต์เมื่อ : 24/10/2550 21:57:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 6435 คน ตอบ 5 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด